
สวรรคาลัย (Sawankhalai)
บันทึกภาพเหตุการณ์ภายในโรงพยาบาลศิริราช ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต (13 ตุลาคม 2016)
หลังรัฐประหารปี 2557 ได้มีหมายเรียกรายงานตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วม 400 คน และมีหลายคนที่ถูกแจ้งข้อหาในภายหลัง วัฒน์ วรรลยางกูร เป็นหนึ่งในผู้ถูกหมายเรียกดังกล่าว แต่ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัว และรีบลี้ภัยออกนอกประเทศ
ชีวิตลี้ภัยของวัฒน์เริ่มเข้าที่เข้าทางที่ประเทศลาว ความเป็นอยู่เป็นไปได้เท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย แต่วัฒน์ก็ได้วางแผนจะอาศัยใช้ชีวิตลี้ภัยที่นี่ในระยะยาว ซื้อที่ดินเตรียมสร้างที่อยู่อาศัย
แต่คนที่ได้รับผลกระทบของการลี้ภัย ใช้ชีวิตในต่างแดนไม่น้อยไปกว่ากันคือคนในครอบครัว ที่นิยามของคำว่าบ้านกลายเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกล และต้องใช้ความหวัง ความอดทนอย่างมากในการเฝ้ารอให้ครอบครัวได้กลับมาประกอบกันอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
After the 2014 coup d’état in Thailand, 400 citizens associated with political activism were summoned by the Junta, and many more were accused. Writer-activist Wat Wanlayangkool was among those summoned, but he decided not to report himself but fly away from the country.
Wat was getting around to his life as a refugee in Laos, cherishing the best living condition he could get despite all limitations. He planned to spend his life there as a long-term refugee and even bought land to build a house.
However, the ones being affected by his refuge are his family members. Their home has transformed into a faraway concept. To keep waiting for each part of their home to reunite, they need hope—and patience.
รางวัล : สารคดีสั้นยอดเยี่ยม ชมรมวิจารณ์บันเทิงปี 2020

บันทึกภาพเหตุการณ์ภายในโรงพยาบาลศิริราช ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต (13 ตุลาคม 2016)

เจ้าของรางวัล Cinematic Innovation จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่นำฟุตเตจจำนวนมหาศาลจากคลังมาจัดการเล่าหลากหลายเส้นเรื่องอย่างชาญฉลาด ผูกร้อยประวัติศาสตร์การเมืองโลกอันร้อนระอุในทศวรรษ 60 เข้ากับดนตรีและความรุนแรงได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ นักเขียนหนังแปลผู้ถูกจับกุมในมาตรา 112 ถึง 4 ครั้ง ได้รับการปล่อยตัว 2 ครั้งโดยเหตุผลว่าเขามีปัญหาทางจิต อีก 2 คดียังคงอยู่ในชั้นศาล สารคดีใช้วิธีการเล่าโดยนำงานเขียนของบัณฑิตมาผสมผสานเข้ากับเรื่องราวในชีวิตจริง

‘กากี’ เป็นนางในนิทานพื้นบ้านที่ถูกเปรียบกับกลิ่นหอมของดอกไม้และงามเลิศจนใครเห็นเป็นต้องหลงใหล กากีได้อาศัยอยู่กับ ‘หน้าทอง’ เจ้าอาณาจักร มีอำนาจเหนือทุกสิ่งและหลงรักการมองกากีดุจประติมากรรมอันงามเลิศ จนมาวันหนึ่ง ‘หนวดแดง’ คู่เล่นหมากประหลาดได้หลงรักกากีเข้า จนเกิดโศกนาฏกรรมในเรื่องนี้

13 มิ.ย. ที่ผ่านมา วงการสารคดีสูญเสียคนทำหนังแสนสำคัญอย่าง โจล เดม็อตต์ (Joel DeMott) ผู้ร่วมคิดค้นระบบกล้องและการบันทึกเสียงซึ่งทำให้เกิด “การทำสารคดีแบบ Cinéma Vérité ด้วยตัวคนเดียว” และหนังของเธอได้รับการยกย่องว่าถ่ายทอดสังคมอเมริกันได้อย่างทั้งงดงามลึกซึ้ง จนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนทำหนังรุ่นต่อมามากมาย

นักเรียนมัธยมปลายถูกโรงเรียนส่งไปฝึกงานเพื่อแลกกับประสบการณ์การทำงาน “ในโลกแห่งความเป็นจริง” …สามเดือนต่อมา เธอฆ่าตัวตาย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนตีแผ่สภาพแวดล้อมการทำงานที่โหดร้ายในสังคมเกาหลีใต้

คนทุกคนมี “คิเมร่า” เป็นของตัวเอง และคนทุกคนใฝ่ฝันอยากครอบครองมัน… แต่ยากนักที่จะหามันพบ สำหรับเหล่าโจรปล้นสุสานเพื่อขโมยวัตถุและสิ่งสวยงามมหัศจรรย์ทางโบราณคดี คิเมร่าหมายถึงความฝันที่จะได้ร่ำรวยมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว และสำหรับชายหนุ่มชื่ออาร์เธอร์ คิเมร่าอาจหมายถึงหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ซึ่งบัดนี้เขาได้สูญเสียเธอไปแล้ว

ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน คือเมืองอานซาน เมืองเหล็กกล้าที่เคยขับขานท่วงทำนองของอุตสาหกรรมอันรุ่งโรจน์ แต่ยามนี้เหลือเพียงความเงียบเหงา