‘กาตาลิน โตลอนตัน’ จากนักข่าวกีฬารายวัน สู่สถานะนักข่าวสืบสวนคอร์รัปชันผู้โค่นล้มรัฐบาล!

ลำพังการเป็นนักข่าวหนึ่งเดียวของประเทศผู้หาญกล้าแหกหน้ารัฐบาล ด้วยการเปิดโปงคอร์รัปชันครั้งมโหฬารของระบบสาธารณสุขซึ่งพัวพันไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงและมาเฟีย ก็ทำให้ “กาตาลิน โตลอนตัน” น่าทึ่งแล้ว …แต่ที่ต้องตะลึงยิ่งกว่านั้นก็คือ ชายผู้ยอมเอาชีวิตมาแลกกับการทำหน้าที่สื่อมวลชนคนนี้ เป็น “นักข่าวกีฬา” ด้วยซ้ำ!

 

ประวัติของโตลอนตัน -ซับเจ็กต์เอกของสารคดี Collective ถือว่าไม่ธรรมดา เขากับหนังสือพิมพ์กีฬารายวัน “Gazeta Sporturilor” (หรือ “สปอร์ตส์ กาเส็ตต์”) โด่งดังด้านการทำข่าวสืบสวนการคอร์รัปชันในแวดวงกีฬามายาวนาน โดยเฉพาะจากคดีฟอกเงินที่เขาใช้เวลาขุดคุ้ยถึง 8 ปีเต็มช่วงปี 2006-2014 จนทำให้เจ้าของสโมสรฟุตบอล, ผู้จัดการทีม, นักธุรกิจ และนักบอลรวมทั้งสิ้น 8 คนถูกจับติดคุก (หนึ่งในนั้นคือ จอร์จ โปเปสคู อดีตนักบอลชื่อดังซึ่งเคยเป็นกัปตันทีมชาติและทีมบาร์เซโลนา)

ด้วยสัญชาตญาณและความกล้าแบบที่หาได้ยากจากสื่อมวลชนอื่นๆ ในโรมาเนีย เมื่อได้ยินกรณีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลหลังเหตุเพลิงไหม้คลับชื่อ “คอเล็กทีฟ” โตลอนตันกับทีมของเขาจึงตั้งข้อสงสัยทันที และชื่อเสียงด้านนี้ของเขาก็ดึงดูดให้มี whistleblower หลายคนแอบนำหลักฐานมาให้เขาทำการสืบสวน จนนำมาสู่การตีแผ่ข่าวความฉ้อโกงของระบบสาธารณสุขที่ปลุกกระแสโกรธเกรี้ยวในหมู่ประชาชน เกิดการประท้วงกดดันให้รัฐบาลพรรคสังคมประชาธิปไตยโรมาเนียต้องลาออกในที่สุด

จากนักข่าวกีฬาสู่นักข่าวสืบสวน

“เกือบ 20 ปีที่แล้ว ผมกับเพื่อนร่วมงาน 2-3 คนขึ้นไปเทือกเขาคาร์เพเทียนเพื่อเยี่ยมชมที่ตั้งของศูนย์ฝึกนักกีฬาโอลิมปิก แต่เราสังเกตเห็นว่าศูนย์นี้ล้อมรอบด้วยรั้วหน้าตาธรรมดามากๆ ทว่ากลับใช้งบสร้างหลายหมื่นเหรียญ เราเลยทำข่าวเรื่องนี้ แต่ในยุคนั้นอัยการยังไม่สนใจคดีคอร์รัปชันระดับชาติ รัฐมนตรีกับพวกผู้ช่วยเลยรอดตัวหมด มีแต่ข้าราชระดับเล็กๆ ที่ถูกลงโทษ

โชคดีที่ทุกวันนี้หลายๆ สิ่งเปลี่ยนไป การเปิดโปงใหม่ๆ ของหนังสือพิมพ์เราทำให้รัฐมนตรีเยาวชนและกีฬากำลังถูกอัยการสั่งสอบสวน และมีแนวโน้มจะต้องติดคุกอย่างน้อย 5 ปี”


ความสยบยอมของสื่อกระแสหลัก

“หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของวงการสื่อก็คือ เราเริ่มยอมรับ ‘ความไม่ปกติ’ ว่าเป็น ‘ความปกติ’

ตัวอย่างเช่น ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าการถ่ายทอดสด UEFA แชมเปียนส์ลีกน่ะ มีกฎหนาเป็นเล่มที่บังคับให้ทีวีทุกช่องต้องถ่ายทอดแต่สิ่งที่เกิดบนสนามแข่ง ต่อให้มีดาวเคราะห์พุ่งชนคนดูก็ห้ามถ่าย พูดอีกอย่างคือต้องถ่ายทอดเฉพาะด้านบวกเท่านั้น และที่แย่คือบรรดาสถานีก็ยอมตาม ยอมปกปิดความเป็นจริงทั้งที่ภารกิจหลักของพวกเขาคือการให้ข้อมูลแก่สาธารณชน พวกเขาลืมไปหมดว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติสาธารณะ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัว พวกเขายอมประนีประนอมกับอำนาจโดยไม่เคยรู้สึกผิดหรือรู้สึกโกรธอะไรเลย

ผมเชื่อว่า เป้าหมายของการทำข่าวสืบสวนไม่ได้อยู่ตรงผลของมันว่าจะมีคนกี่คนต้องลาออกหรือโดนลงโทษหรอก แต่อยู่ตรงที่เราจะต้องทำให้สังคมได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ ‘อำนาจ’ ต่างๆ ซึ่งกำลังหล่อหลอมกล่อมเกลาชีวิตของเราทุกคนอยู่”

ผมเชื่อว่า เป้าหมายของการทำข่าวสืบสวนไม่ได้อยู่ตรงผลของมันว่าจะมีคนกี่คนต้องลาออกหรือโดนลงโทษหรอก แต่อยู่ตรงที่เราจะต้องทำให้สังคมได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ ‘อำนาจ’ ต่างๆ ซึ่งกำลังหล่อหลอมกล่อมเกลาชีวิตของเราทุกคนอยู่”

คุณสมบัติที่นักข่าวสืบสวนต้องมี และอนาคตที่แท้จริงวงการข่าว

“คุณสมบัติสำคัญก็คือความสามารถในการตั้งคำถาม ทุกการทำข่าวสืบสวนย่อมมีจุดเริ่มต้น คุณรู้ว่าต้องเริ่มจากจุดไหน แต่ที่ไม่มีใครรู้คือมันจะจบลงตรงไหน การรู้จักตั้งข้อสงสัยในงานของตัวเองอยู่ทุกช่วงเวลาคือวิธีที่จะทำให้เรายิ่งเข้าใกล้การค้นพบความจริงได้มากที่สุด

ในกรณีของผมกับทีมงาน มีคนเล่าให้ฟังว่าสถาบันศึกษาวารสารศาสตร์ของรอยเตอร์ (RISJ) ตื่นเต้นมากกับข่าวการเปิดโปงระบบสาธารณสุขของเรา เพราะพวกเขาเบื่อเต็มทนที่วงการข่าวทุกวันนี้พูดกันถึงแต่เรื่องโมเดลธุรกิจ, การลดลงของโฆษณา, หนทางเพิ่มรายได้จากช่องทางออนไลน์ ฯลฯ

แน่นอนว่าโมเดลธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันไม่ใช่อาชีพของเรา ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไรก็จะยังสำคัญกว่าเสมอก็คือ ห้องข่าวที่มีวุฒิภาวะ กระตือรือร้น และมีการจัดการที่ดี แม้ทุกวันนี้ดูเหมือนบล็อกส่วนตัวจะเป็นพื้นที่ข่าวที่มีเสรีภาพและมีอนาคต แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็เข้าถึงและเล่นงานบล็อกได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น ห้องข่าวที่มีพลังต่างหากที่จะยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา”

Share on facebook
Share on twitter
Explore more