อัตภาวกาล (Homatagia)
ส่วนผสมของสารคดีครอบครัวกับหนังฟิกชั่นสะเทือนอารมณ์ ถ่ายทอดความรู้สึกหมดจดในความเปราะบางของต้นไม้ ความแข็งแกร่งของสายน้ำ ในการกลับมาของลูกชาย การตายของพ่อ การเดินทางไปพบพ่ออีกครั้ง
Like Raining at the End of April (Director’s Cut) เป็นภาพยนตร์แนวทดลอง ที่นำฟุตเทจบางส่วนจากภาพยนตร์ทดลองเรื่อง In April the Following, There Was a Fire (2012) มาทดลองอีกรอบ ซึ่งผสมกับฟุตเทจจากงานชิ้นอื่นๆของตัวผู้กำกับภาพยนตร์ (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งใจเรียงลำดับเนื้อเรื่องให้ไหลย้อนกลับสวนทางกับเนื้อเรื่องในต้นฉบับ โดยใช้ดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดยคณะดนตรี Local People Rockband (เป็นชื่อในการทำงานเพลงของตัวผู้กำกับ) ซึ่งเป็น Concept Album ในชื่อ Countryman ที่ต้องฟังต่อเนื่องกันทั้ง 13+2 เพลง
เมื่อสิ้นสุดเพลงในอัลบั้ม ตัวของภาพยนตร์จะ Reverse ตัวเองย้อนกลับอีกรอบไปยังจุดเริ่มต้น ซึ่งผู้รับชมและฟังจะได้ค้นพบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ส่วนผสมของสารคดีครอบครัวกับหนังฟิกชั่นสะเทือนอารมณ์ ถ่ายทอดความรู้สึกหมดจดในความเปราะบางของต้นไม้ ความแข็งแกร่งของสายน้ำ ในการกลับมาของลูกชาย การตายของพ่อ การเดินทางไปพบพ่ออีกครั้ง

ผู้กำกับ No Other Land เชิญสื่อมวลชนต่างชาติเยือนหมู่บ้านมาซาเฟอร์ ยัตตาที่กำลังถูกผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอลบุกรื้อทำลายบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่ทหารอิสราเอลกลับขวางแล้วสั่งนักข่าวให้ออกจากพื้นที่

“บ็อบบี้ จีน” นักเต้นสาวผู้ใช้เรือนร่างและจิตวิญญาณค้นหาเส้นทางอาชีพ ความหมายของการเป็นผู้หญิง และความรักแท้ อย่างทั้งร้าวรานและแสนทะเยอทะยาน
Odeh Hathalin นักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยงานเบื้องหลัง No Other Land ถูกยิงเสียชีวิตในเขตเวสต์แบงก์ โดยชาวบ้านระบุว่าคนยิงคือผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่เคยถูกคว่ำบาตรมาแล้วในฐานะผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่
เทวดาหนุ่มสององค์เฝ้าสังเกตมนุษย์มาเนิ่นนาน ผ่านพบทั้งช่วงชีวิตที่ดีและที่เลวร้ายของชาวโลก จนวันหนึ่ง หนึ่งในสองก็เหนื่อยหน่ายกับชีวิตอันเป็นนิรันดร์และฝันถึงการเป็นคนธรรมดา ที่ได้สัมผัส ได้ยิน ได้กลิ่น และได้มีความรู้สึก เขาจึงตัดสินใจยอมแลกสถานะพิเศษบนสวรรค์กับการได้เป็นเพียงปุถุชน
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าครูวรรณคดีผู้ติดอยู่กับพันธะ หนีจากชีวิตเก่าและได้พบกับเส้นทางสู่ “กรุงเกลือ” เมืองแห่งสรวงสวรรค์ที่เกิดขึ้นจริง

ทศวรรษ 1950 เกิดกลุ่มคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีใหม่ ๆ ในการเข้าถึง ‘ความจริงที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง’ และพวกเขาได้ให้กำเนิดขบวนการสารคดี Direct Cinema ซึ่งพาเราเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนและสถานการณ์จริงในแบบที่สารคดีไม่เคยทำได้มาก่อน

เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติ What the Doc!