
THE LOVERS & THE DESPOT
เรื่องจริงเหลือเชื่อเมื่อสุดยอดคนทำหนังเกาหลีใต้ถูกคิมจ็องอิลลักพาตัวไป “พัฒนาวงการหนังเกาหลีเหนือ”!
“ไม่มีใครหยุดฉันได้” คือหนึ่งในคำกล่าวที่ยืนยันตัวตนของสตรีชื่อ อีเมลดา มาร์กอส ได้ชัดเจนที่สุด!
เธอเป็นทั้งผู้อยู่เบื้องหลังและตัวแสดงเบื้องหน้าของ “ตระกูลมาร์กอส” ครอบครัวที่ปกครองประเทศฟิลิปปินส์เป็นเวลายาวนาน และแม้ช่วงเวลาแห่งความเรืองรองจะผ่านพ้น อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งผู้เป็นที่จดจำจากไลฟ์สไตล์ฟุ้งเฟ้อหรูหราผู้นี้ก็ยังดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อปลุกความเกรียงไกรให้แก่ครอบครัวของเธอผ่านการผลักดันลูกชายเข้าสู่อำนาจทางการเมือง สารคดีเรื่องนี้ย้อนสำรวจความเป็นมาอันน่าพรั่นพรึงจนถึงวันเวลาปัจจุบันของอีเมลดา ผู้กำลังพยายามเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการลบล้างอดีตที่เต็มไปด้วยความฉ้อฉลโหดร้าย แล้วแทนที่ด้วยภาพลักษณ์ของ “แม่ผู้แผ่ความรักอันไพศาลแก่ประเทศชาติ”
“สิ่งที่คนรับรู้ต่างหากคือของจริง ส่วนสิ่งที่เรียกว่าความเป็นจริงน่ะ ไม่จริงหรอก” อีเมลดากล่าวประโยคนี้ในหนัง และในยุคสมัยที่การปั้นแต่งความจริงกลายเป็นกลไกทรงอิทธิพลบนเวทีการเมือง มันก็เป็นคำกล่าวที่ทั้งย้อนแย้งและแสดงสภาพสังคมที่เราต่างกำลังเผชิญได้อย่างน่าขนลุก!
An extraordinary look into the controversial political career of Imelda Marcos. As the former first lady of the Philippines, Imelda Marcos is best known for her opulent lifestyle, but it was her behind-the-scenes influence of her husband’s presidency that rocketed her to the global political forefront. A journey through the Marcos family’s long history of corruption, extravagance and brutality, this documentary tells a cautionary tale of a powerful female leader whose questionable sense of reality divided a nation.
รางวัล

เรื่องจริงเหลือเชื่อเมื่อสุดยอดคนทำหนังเกาหลีใต้ถูกคิมจ็องอิลลักพาตัวไป “พัฒนาวงการหนังเกาหลีเหนือ”!
สี่สหายกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสานฝันในการสร้างวงการหนังซูดาน หลังจากที่ทุกอย่างหยุดชะงักเนื่องจากการรัฐประหาร พวกเขาพยายามฟื้นคืนชีพให้แก่โรงหนังร้าง …แต่ฝันนี้จะเป็นจริงได้ไหมในสังคมที่ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียกว่าภาพยนตร์
31 มีนาคม 2018 “นิโคล ปาชินเนียน” อดีตนักข่าวและสส. ประกาศลงเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า เขาจะเริ่มต้นการเดินเท้าประท้วงเป็นเวลา 14 วัน เพื่อยับยั้งแผนการครองอำนาจสมัยที่ 3 ของปธน. เผด็จการ แซร์ช ซาร์กซียัน แห่งอาร์เมเนียให้ได้
บนรางรถไฟ ชายวัย 40 นาม ‘ยองโฮ’ พยายามฆ่าตัวตาย… มันเกิดอะไรขึ้น? หนังพาเราย้อนสู่อดีตเพื่อเผยให้เห็นว่าประวัติศาสตร์และความรุนแรงทางการเมืองหล่อหลอมให้เขามาสู่จุดนี้ได้อย่างไร

สารคดีสุดอื้อฉาวที่เปิดโปงอดีตโหดร้ายในอินโดนีเซียยุคล่าคอมมิวนิสต์ ด้วยวิธีการหลอกล่อเหล่าฆาตกรให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเล่าสิ่งที่เคยทำไว้ให้ชาวโลกได้รู้ผ่านการ “แสดงหนัง”

การต่อสู้เรียกร้องให้สถาปัตยกรรมได้รับการคุ้มครองในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม และเครื่องหมายทางอัตลักษณ์ของมนุษยชาติ เพื่อจะรอดพ้นการถูกทำลายในวิกฤติความขัดแย้ง
ปี 2034 ภูมิภาคอุษาคเนย์ตกอยู่ในความมืดมิด เหล่าผู้มีอำนาจเข้ายึดครองประเทศและพื้นที่ของคนกลุ่มน้อย หายนะจากโรคระบาดแผ่ขยายไปทั่วทวีป ผู้คนนับล้านต้องตาย และอีกมหาศาลที่ได้แต่ก้มหน้าเผชิญชะตากรรมครั้งนี้อย่างสิ้นหวัง
ภาพถ่ายฟิล์มกระจกจากโรมาเนียทศวรรษ 1930-1940 ถูกร้อยเรียงเข้ากับเสียงอ่านไดอารี่ส่วนตัวของแพทย์ชาวยิว กลายเป็นสารคดีความเรียงที่ “บอกเล่าสิ่งที่ภาพถ่ายไม่ได้เล่า”