
On the Tenderness of Men
สารคดีที่หยิบเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฟินแลนด์ซึ่งมักถูกละเลยมาพิจารณา โดยอ้างอิงเอกสารจากหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม สงคราม และการพลัดถิ่น
บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ นักเขียนหนังแปลผู้ถูกจับกุมในมาตรา 112 ถึง 4 ครั้ง ได้รับการปล่อยตัว 2 ครั้งโดยเหตุผลว่าเขามีปัญหาทางจิต อีก 2 คดียังคงอยู่ในชั้นศาล สารคดีใช้วิธีการเล่าโดยนำงานเขียนของบัณฑิตมาผสมผสานเข้ากับเรื่องราวในชีวิตจริง
Bandhit Arneeya is a Thai writer and translator. He was charged under Act 112 (Thai Lèse-majesté) four times. He was released twice having been treated as a mental patient. Two charges are still pending in the courts. This story is narrated cross the boundary between fact and fiction, from his work and his personal story.

สารคดีที่หยิบเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฟินแลนด์ซึ่งมักถูกละเลยมาพิจารณา โดยอ้างอิงเอกสารจากหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม สงคราม และการพลัดถิ่น

ดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ ฮารูกิ มูราคามิ …ความทรงจำ ความฝัน และจินตนาการของทุกคนล้วนได้รับอิทธิพลจากแผ่นดินไหว ก่อเกิดเป็นภาพประหลาดของต้นหลิวปีศาจ หนอนยักษ์ คำสาบาน กล่องลึกลับ และทางเดินอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งอาจนำพาพวกเขาไปพบบางสิ่งในก้นบึ้งแห่งตัวตนของพวกเขาเอง

ราฮิมเข้าคุกเพราะติดหนี้ เขาได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนจำเป็นเวลาสองวัน ในระยะเวลาแสนสั้นอันมีค่านี้ เขาต้องวิ่งเต้นเกลี้ยกล่อมให้เจ้าหนี้ยอมถอนคดีเพื่อให้เขาได้กลับสู่อิสรภาพ

ขึ้นชื่อว่าเป็น “สารคดี” แล้วทำไมยังมีสิ่งที่เรียกว่า “เรื่องแต่ง” มาผสมได้? บทความนี้ชวนรู้จัก Docufiction และ Docudrama ที่ทำให้คนชอบหนังสารคดีต้องสับสนอยู่บ่อย ๆ

หนุ่มชาวจีนไปเรียนต่อด้านภาพยนตร์ที่สหรัฐอเมริกาและผูกมิตรกับชายไร้บ้านชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ก่อนจะเกิดคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพอันแปลกประหลาดและจริยธรรมของการทำสารคดีของตนเอง

สตีฟ เดย์ ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) มา 8 ปี เมื่อทนความเสื่อมของร่างกายต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจขอใช้สิทธิ์ยุติชีวิตภายใต้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่ห้ามการเยี่ยม

จากต้นฉบับหนังสือ 30 หน้าที่เจมส์ บาลด์วิน กวี นักเขียน และนักต่อสู้ชาวอเมริกันผิวสีขึ้นต้นไว้และไม่เคยมีโอกาสเขียนให้เสร็จสิ้น สู่หนังสารคดีที่ตั้งคำถามถึงความอยุติธรรมของมนุษย์อย่างสุดทรงพลัง

มันไม่ใช่หนังเรียบง่ายอย่างที่เข้าใจตอนแรกเลย แต่เป็นหนังที่เต็มไปด้วย “ความหมาย” ที่ถ่ายทอดความเจ็บปวด ความรัก และนัยทางวัฒนธรรมของคนอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1990 ได้อย่างลึกซึ้งด้วยศิลปะภาพยนตร์ที่แหวกขนบไวยากรณ์