
Salman Wants to Go
“ซัลมาน” เดินทางจากเซเนกัลสู่ตุรกี ทำงานหลายอาชีพ เก็บเงินทีละนิดเพื่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัและเพื่อจะช่วยเหลือครอบครัว …ทุกที่ที่เขาไป เขาทำงาน เขาฝัน เขารอ…
They are known as the city nomads. They live in a trailer village on the outskirts of Amsterdam and are viewed as poor, low-skilled and addicts. Some of them came here out of necessity, being misfits in our society or simply because of idealistic views. For them, this self-established village gives a sense of freedom and a possibility to build their lives the way they want it. But the eerie feeling of temporality of this squatted place is always present.
“One of the biggest illusions we live with is that we are going to make it,” – says one of the trailer park inhabitants. But there is much more to life in this camping village. People’s dreams, philosophies, destinies are a testimony of the effects of late capitalism on everyday life, from which the old deities have been disappearing.
The film juxtaposes Lithuanian mythology on household deities and the current situation in the Netherlands, where the housing crisis is pushing people to live on the outskirts of the city. The story slowly builds up through the encounters with the inhabitants of this unique place.

“ซัลมาน” เดินทางจากเซเนกัลสู่ตุรกี ทำงานหลายอาชีพ เก็บเงินทีละนิดเพื่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัและเพื่อจะช่วยเหลือครอบครัว …ทุกที่ที่เขาไป เขาทำงาน เขาฝัน เขารอ…

สารคดีบันทึกความทรงจำหลังจากการสูญเสียพ่อผู้เป็นเสาหลักของบ้าน และสำรวจอารมณ์ความรู้สึกของแม่ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

สารคดีที่ย้อนสำรวจประวัติศาสตร์อันทั้งน่าเจ็บปวดและพิลึกพิลั่น ระหว่างเจ้าอาณานิคมอังกฤษกับเกาะฮ่องกง เพื่อตั้งคำถามว่าอังกฤษมิได้ยึดครองเพียงแค่แผ่นดินใช่หรือไม่ พวกเขาทำอะไรบ้างที่กลายเป็นการกำหนดชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คนบนเกาะนี้?
…พี่สาวของผมกำลังรอคลอดอยู่ในห้องคลอดสีชมพู ท่ามกลางความคาดหวังและการคาดเดาที่ผู้หญิงสี่ชั่วอายุคนในครอบครัวมีต่อเด็กทารกผู้ใกล้จะลืมตาดูโลก

สารคดีสั้นสำรวจประวัติศาสตร์อาณานิคมของเอกวาดอร์ และขนบวัฒนธรรมที่ผสานอยู่ในทุนนิยมร่วมสมัย โดยเล่าผ่านประเพณี “อัญโญ วิเอโฮ” หรือการเผาหุ่น “ปีเก่า” ในคืนส่งท้ายปีเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการชำระล้างและเริ่มต้นใหม่
สารคดีที่หยิบเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฟินแลนด์ซึ่งมักถูกละเลยมาพิจารณา โดยอ้างอิงเอกสารจากหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม สงคราม และการพลัดถิ่น
ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน คือเมืองอานซาน เมืองเหล็กกล้าที่เคยขับขานท่วงทำนองของอุตสาหกรรมอันรุ่งโรจน์ แต่ยามนี้เหลือเพียงความเงียบเหงา
สารคดีสั้นที่ผู้กำกับเล่าเรื่องราวครอบครัวของเขาเองโดยมีปู่ผู้เป็นอดีตนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเป็นศูนย์กลางเรื่อง แล้วพาเราไปรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ส่วนตัวที่ทอดผ่านระยะเวลากว่าสามทศวรรษหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน
หนุ่มชาวจีนไปเรียนต่อด้านภาพยนตร์ที่สหรัฐอเมริกาและผูกมิตรกับชายไร้บ้านชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ก่อนจะเกิดคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพอันแปลกประหลาดและจริยธรรมของการทำสารคดีของตนเอง
โยเซฟทำงานในไซโลเก่าแก่ในบูดาเปสต์ ใช้ชีวิตอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เล็ก ๆ ท่ามกลางเสียงรถบรรทุกและรถไฟที่แล่นผ่านไปมา การงานของเขาเต็มไปด้วยอันตรายซึ่งนับวันก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเขามากขึ้น ๆ
ณ หมู่บ้านกรีกอันเงียบสงบ ชาวบ้านที่เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่หลังคาเรือนต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่าวิตก เมื่อคนหนุ่มคนสุดท้ายย้ายไปสู่เมืองใหญ่ ปล่อยให้คนสูงอายุอยู่กันเองตามลำพัง
ณ เมืองเมืองหนึ่ง ถนนทุกสายถูกตั้งชื่อตาม “กวี” ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเต็มไปด้วยความสุข ความสุนทรีย์ และจินตนาการ … จนถึงวันที่โลกไม่ยอมให้มนุษย์มีชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป และประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่โดยผู้ชนะ
สารคดีที่พาเราไปฟังเสียงของผู้หญิงต่างวัย 3 คนซึ่งต้องสูญเสียสามีและลูกชายไปในสงครามรัสเซีย-ยูเครน พวกเธอพยายามหาหนทางที่จะรับมือกับความเจ็บปวดผ่านบทกวีและมิตรภาพ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบงัน

ชายวัยเกษียณในกรุงบูดาเปสต์ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในบ้านที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะของลูกสาวที่เขาไม่ได้คุยด้วยมานานหลายปี ความห่างเหินนี้ทำให้เขาต้องจมอยู่กับกองความทรงจำ ทั้งสไลด์ภาพถ่าย จดหมาย วิดีโอเทป และภาพวาดของลูกเมื่อครั้งยังเด็ก

เรื่องราวของผู้จัดการคลับข้ามเพศวัยปลายหกสิบ และทหารข้ามเพศผู้ล่วงลับ สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ และผู้คนชายขอบที่ดำรงอยู่มาทุกยุคทุกสมัยในเกาหลีใต้