
Things Hidden Since the Foundation of the World
ณ หมู่บ้านกรีกอันเงียบสงบ ชาวบ้านที่เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่หลังคาเรือนต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่าวิตก เมื่อคนหนุ่มคนสุดท้ายย้ายไปสู่เมืองใหญ่ ปล่อยให้คนสูงอายุอยู่กันเองตามลำพัง
Like Raining at the End of April (Director’s Cut) เป็นภาพยนตร์แนวทดลอง ที่นำฟุตเทจบางส่วนจากภาพยนตร์ทดลองเรื่อง In April the Following, There Was a Fire (2012) มาทดลองอีกรอบ ซึ่งผสมกับฟุตเทจจากงานชิ้นอื่นๆของตัวผู้กำกับภาพยนตร์ (วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งใจเรียงลำดับเนื้อเรื่องให้ไหลย้อนกลับสวนทางกับเนื้อเรื่องในต้นฉบับ โดยใช้ดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดยคณะดนตรี Local People Rockband (เป็นชื่อในการทำงานเพลงของตัวผู้กำกับ) ซึ่งเป็น Concept Album ในชื่อ Countryman ที่ต้องฟังต่อเนื่องกันทั้ง 13+2 เพลง
เมื่อสิ้นสุดเพลงในอัลบั้ม ตัวของภาพยนตร์จะ Reverse ตัวเองย้อนกลับอีกรอบไปยังจุดเริ่มต้น ซึ่งผู้รับชมและฟังจะได้ค้นพบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

ณ หมู่บ้านกรีกอันเงียบสงบ ชาวบ้านที่เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่หลังคาเรือนต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่าวิตก เมื่อคนหนุ่มคนสุดท้ายย้ายไปสู่เมืองใหญ่ ปล่อยให้คนสูงอายุอยู่กันเองตามลำพัง

‘หมู่บ้านรถพ่วง’ บริเวณชานเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นที่อยู่ของผู้คนที่สังคมมักติดป้ายว่าเป็น ‘คนชายขอบ’ เป็นคนล้มเหลว ติดยา หรือไร้ซึ่งทักษะในการสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในระยะเวลา 20 กว่านาทีที่หนังเรื่องนี้เข้าไปนั่งฟังพวกเขา เรื่องราวที่เราได้ยินดูจะซับซ้อนกว่านั้น

เริ่มตรงไหนดี? เริ

ณ เมืองเมืองหนึ่ง ถนนทุกสายถูกตั้งชื่อตาม “กวี” ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเต็มไปด้วยความสุข ความสุนทรีย์ และจินตนาการ … จนถึงวันที่โลกไม่ยอมให้มนุษย์มีชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป และประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่โดยผู้ชนะ

เมื่อช่างภาพหนุ่มผู้สิ้นหวังแห่งเมืองมุมไบถูกคุณย่ากดดันให้รีบแต่งงาน เขาจึงตัดสินใจขอร้องให้หญิงสาวแปลกหน้าที่เขาบังเอิญได้พบระหว่างทาง ช่วยปลอมตัวเป็นคู่หมั้นเพื่อหลอกให้คุณย่าของเขาตายใจ

สารคดีแนวสังเกตการณ์ที่มี “ดาราเอก” ชื่อ ลูมา มาขโมยหัวใจคนดู มันคือวัวพันธุ์โฮลสไตน์หมายเลข 1129 ที่กล้องเข้าไปติดตามชีวิตประจำวันในระยะใกล้ แม้ว่าเราจะได้เห็นลูมากับเพื่อนวัวใช้ชีวิตอันแสนซ้ำซากจำเจโดยมีจุดหมายเดียวคือการเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของมนุษย์

สารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตชนเผ่าในเคนยาเหนือตลอด 4 ปี เรื่องราวของเด็กชายผู้เริ่มตั้งคำถามกับชะตาชีวิตของตนเอง ท่ามกลางวัฒนธรรมโบราณที่กำลังสั่นคลอนจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

‘กากี’ เป็นนางในนิทานพื้นบ้านที่ถูกเปรียบกับกลิ่นหอมของดอกไม้และงามเลิศจนใครเห็นเป็นต้องหลงใหล กากีได้อาศัยอยู่กับ ‘หน้าทอง’ เจ้าอาณาจักร มีอำนาจเหนือทุกสิ่งและหลงรักการมองกากีดุจประติมากรรมอันงามเลิศ จนมาวันหนึ่ง ‘หนวดแดง’ คู่เล่นหมากประหลาดได้หลงรักกากีเข้า จนเกิดโศกนาฏกรรมในเรื่องนี้