
MERRY CHRISTMAS, MR. LAWRENCE
เรื่องราวความสัมพันธ์อันดุดันและรวดร้าวของ 4 นายทหารหนุ่มแห่งค่ายกักกันเชลยปี 1942 ผลงานกำกับของ นางิสะ โอชิม่า ที่พาเราไปสำรวจความรักความชังภายใต้ความต่างทางวัฒนธรรมอันแสนแปลกประหลาด
“ฮิเดะ” จากแฟนๆ ไป 20 ปีเต็มแล้ว แต่เรื่องราวของเขาอีกมากมายที่ยังคงเฝ้ารอการค้นพบ …ในวาระนี้ ยูโมโตะ ยูมะ นักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่นจึงตัดสินใจออกเดินทางค้นหาคำตอบ ผ่านการพูดคุยกับผู้คนที่เคยรายล้อมฮิเดะเมื่อครั้งยังมีชีวิต ทั้งในญี่ปุ่นและลอสแอนเจลิส ตั้งแต่โยชิกิ เพื่อนร่วมวงเอกซ์เจแปน, ฮิโรชิ มัตสุโมโตะ (น้องชายของฮิเดะ), วง Spread Beaver, ฯลฯ เพื่อนำชิ้นส่วนเรื่องราวมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน
บรรยากาศการอำลาฮิเดะ ความสูญเสียที่สะเทือนโลก :
ค่ำคืนวันที่ 1 พ.ค. 1998 “ฮิเดะ” ไปดื่มกับเพื่อนสมาชิกวง Spread Beaver อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ซึ่งเป็นรุ่งอรุณของวันที่ 2 พ.ค. ร่างไร้วิญญาณของฮิเดะถูกพบ
มันอาจเป็นวันธรรมดาของใครห
3 วันที่จัดพิธีศพของฮิเดะ ณ วัด Tsukiji Honganji มีผู้เข้าร่วมแสดงความเคารพ
หญิงสาววัย 19 ปีกรีดข้อมือตัวเองขณะวางดอ
วันที่ 7 พ.ค. พิธีฌาปนกิจ มีคนมาเฝ้ารอเข้าร่วมพิธียา
20 ปีแล้วที่โลกสูญเสีย ฮิเดะ ไป และโมงยามแห่งความโศกเศร้าใ
The documentary sees actor Yumoto Yuma guide the viewers through hide’s last moments and the documentary features footage taken on the day before his death, the first time it’s been seen publicly. We also see Yumoto travel throughout Japan and Los Angeles as he pieces together the life and history of hide. “HURRY GO ROUND” also features appearances by Hiroshi Matsumoto (hide’s brother), the band Spread Beaver, and recording engineer Eric Westfall among others.

เรื่องราวความสัมพันธ์อันดุดันและรวดร้าวของ 4 นายทหารหนุ่มแห่งค่ายกักกันเชลยปี 1942 ผลงานกำกับของ นางิสะ โอชิม่า ที่พาเราไปสำรวจความรักความชังภายใต้ความต่างทางวัฒนธรรมอันแสนแปลกประหลาด

ในโตเกียวอนาคต ท่ามกลางความหวาดกลัวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เพื่อนซี้สองคนที่กำลังจะจบมัธยมปลายก่อเรื่องแกล้งครูใหญ่ จนโรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดไปทั่ว ภายใต้การเฝ้าระวังที่เข้มงวดและการเมืองที่วุ่นวาย ความแตกต่างที่ไม่เคยปรากฏระหว่างพวกเขาเริ่มปริแตก เมื่อคนหนึ่งตื่นตัวทางการเมือง ขณะที่อีกคนเลือกจะใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าของรางวัล Cinematic Innovation จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่นำฟุตเตจจำนวนมหาศาลจากคลังมาจัดการเล่าหลากหลายเส้นเรื่องอย่างชาญฉลาด ผูกร้อยประวัติศาสตร์การเมืองโลกอันร้อนระอุในทศวรรษ 60 เข้ากับดนตรีและความรุนแรงได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

ครั้งแรกกับการสำรวจจิตวิญญาณทุกแง่มุมแห่ง “สึคิจิ” ตลาดปลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ฮาร์เลมช่วงปลายยุค 1980 ชายหนุ่มผิวขาวเป่าฮาร์โมนิกาเคียงข้างชายชราผิวดำผู้บรรเลงบทเพลงบลูส์ …สารคดีเรื่องนี้ร้อยเรียงฟุตเตจมากมายยาวนานกว่า 2 ทศวรรษเพื่อบอกเล่าการเดินทางของสองนักดนตรีเจ้าของฉายา “ซาตานและอดัม”

พลังแห่งเสียงดนตรีพื้นบ้านผสานดนตรีแจ๊สที่ข้ามผ่านทุกความแตกต่างของมนุษย์

สารคดีทรงพลังขวัญใจคนดูแห่งปีที่ย้อนพาเราสำรวจความรุ่งโรจน์ ความเจ็บปวด และการต่อสู้ของหนึ่งในวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก