
The Giants
ความผูกพันระหว่างต้นไม้กับมนุษย์และการเปลี่ยนผ่านของการเมืองด้านนิเวศวิทยา ถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราวชีวิตอันสุดเข้มข้นและน่าทึ่งของ บ็อบ บราวน์ บุคคลสำคัญของชุมชน LGBTQ+ และนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมผู้ยิ่งใหญ่แห่งออสเตรเลีย
สถาพร ครูวรรณคดีผู้ติดอยู่กับพันธะและความจริงที่ว่าสิรินาถ ภรรยาของเขาตั้งครรภ์ ทำให้ไม่สามารถมีเซ็กส์ได้ตามต้องการ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสถาพรเลือกทิ้งภรรยาไว้ หนีออกมาจากชีวิตเก่า และได้พบกับเส้นทางสู่ “กรุงเกลือ” เมืองแห่งสรวงสวรรค์ในวรรณคดีที่เกิดขึ้นจริง ในระหว่างการเดินทางของเขา…
Sathaporn, a literature teacher, is joined by the bond and needs to accept the truth that Sirinarth, his pregnant wife, cannot have sex as much as he desires. What will happen if he decides to leave his lover behind, escape his old life and accidentally find the path to Krungkluea, a heaven in the literature, which becomes realistic during his journey.
DIRECTOR STATEMENT
แน่นอนว่าแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งภาพความฝันอันเลือนลาง, ศิลปะวัฒนธรรมแบบไทยๆ, เรื่องราวของเพื่อนๆ ที่ถูกนำมาปะติดปะต่อกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กระแสสังคม “Me too” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่บทภาพยนตร์ “นิราศกรุงเกลือ” ถูกเขียน
ด้วยเหตุนี้เอง ความทรงจำในอดีตจึงถูกดึงกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่มันควรจะอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด ซึ่งสำหรับผม แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดี แต่การได้สะท้อนเรื่องราวเหล่านั้นลงบนภาพยนตร์ “สิ่งที่ผมรักที่สุด” มันก็คุ้มค่าที่จะลองทำ!
นี่จึงเป็นที่มาของ “นิราศกรุงเกลือ” / Me too ในแบบฉบับของผม ซึ่งเต็มไปด้วยบทบาทของ “ผู้กระทำ” และ “ผู้ถูกกระทำ” อันเป็นปัจจัยสำคัญของ “การคุกคามทางเพศ” ที่ส่งผลกระทบต่อใครหลายๆ คน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่สามารถละเลยหรือมองข้ามได้ แม้จะมั่นใจมากๆ ว่า เราแก้ไขอะไรไม่ได้เลยก็ตาม แต่ลึกๆ สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือ ระบายความในใจออกมา… เท่านั้นเอง
ท้ายที่สุด ขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันฝ่าอุปสรรคด้วยกันมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณคนที่รักที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และขอโทษด้วยที่ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเร็วกว่านี้
– ณัฐนันท์ (กัญจน์) เทียมเมฆ ผู้กำกับ

ความผูกพันระหว่างต้นไม้กับมนุษย์และการเปลี่ยนผ่านของการเมืองด้านนิเวศวิทยา ถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราวชีวิตอันสุดเข้มข้นและน่าทึ่งของ บ็อบ บราวน์ บุคคลสำคัญของชุมชน LGBTQ+ และนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมผู้ยิ่งใหญ่แห่งออสเตรเลีย
หนังใช้เวลาสองปีเต็มพาเราไปรู้จักเด็กกำพร้าของผู้ต้องโทษประหารชีวิตในจีน เพื่อเฝ้าดูการเรียนรู้ชีวิตใหม่ที่ไร้พ่อแม่ของพวกเขา

เรื่องราวของชายผู้ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตจากคดีฆาตกรรมโหด, พี่สาวของเขาผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของน้อง และความทุกข์แสนสาหัสของชายผู้นี้ในฐานะ “นักโทษที่รอการประหารชีวิตยาวนานที่สุดในโลก”
การใช้ AI ในหนัง -โดยเฉพาะหนังสารคดี- กำลังเป็นที่ถกเถียงกันมากทั้งด้านจริยธรรมและกฎหมาย …ในช่วงที่ทุกอย่างยังคลุมเครือนี้ สองนักกฎหมายชาวอเมริกันช่วยสรุปแนวทางเบื้องต้นให้ ซึ่งน่าจะเป็นหลักการกว้าง ๆ ที่คนทำสารคดีในบริบทและพื้นที่อื่น ๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน
“หนังเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ ที่ทำโดยคนรุ่นใหม่” คือนิยามและเหตุผลแห่งความพิเศษของสารคดีเรื่องนี้ ซึ่งบอกเล่าการต่อสู้บนพื้นที่ทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ

เรื่องราวการต่อสู้ฟันฝ่าของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน ซึ่งใฝ่ฝันจะเป็นแชมป์เพื่อนำเกียรติยศมาสู่ประชาชนผู้ไร้รัฐของพวกเขา

ในทุกความขัดแย้งมีความซับซ้อน และหากความขัดแย้งนั้นนำมาซึ่งความสูญเสีย คนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็หนีไม่พ้นคนธรรมดาตัวเล็กตัวน้อยเสมอ …หนึ่งในสารคดีที่สะท้อนประเด็นนี้ได้อย่างแหลมคมก็คือ Holding Liat

สารคดีเจ็บปวดชวนวิพากษ์ด้านที่มองไม่เห็นของการทำความดีผ่านแนวคิด “ช่วยเหลือชาติกำลังพัฒนา” ของเหล่าประเทศร่ำรวย