
มาร์แซล โอฟูลส์ ผู้กำกับระดับตำนาน เสียชีวิตแล้วในวัย 97 ปี
มาร์แซล โอฟูลส์ ผู้กำกับระดับตำนานเชื้อสายเยอรมัน-ฝรั่งเศสเจ้าของหนังสารคดีคลาสสิกเรื่อง The Sorrow and the Pity (1979) เสียชีวิตแล้วอย่างสงบในวัย 97 ปี
สถาพร ครูวรรณคดีผู้ติดอยู่กับพันธะและความจริงที่ว่าสิรินาถ ภรรยาของเขาตั้งครรภ์ ทำให้ไม่สามารถมีเซ็กส์ได้ตามต้องการ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสถาพรเลือกทิ้งภรรยาไว้ หนีออกมาจากชีวิตเก่า และได้พบกับเส้นทางสู่ “กรุงเกลือ” เมืองแห่งสรวงสวรรค์ในวรรณคดีที่เกิดขึ้นจริง ในระหว่างการเดินทางของเขา…
Sathaporn, a literature teacher, is joined by the bond and needs to accept the truth that Sirinarth, his pregnant wife, cannot have sex as much as he desires. What will happen if he decides to leave his lover behind, escape his old life and accidentally find the path to Krungkluea, a heaven in the literature, which becomes realistic during his journey.
DIRECTOR STATEMENT
แน่นอนว่าแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากหลากหลายองค์ประกอบ ทั้งภาพความฝันอันเลือนลาง, ศิลปะวัฒนธรรมแบบไทยๆ, เรื่องราวของเพื่อนๆ ที่ถูกนำมาปะติดปะต่อกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กระแสสังคม “Me too” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่บทภาพยนตร์ “นิราศกรุงเกลือ” ถูกเขียน
ด้วยเหตุนี้เอง ความทรงจำในอดีตจึงถูกดึงกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่มันควรจะอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด ซึ่งสำหรับผม แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดี แต่การได้สะท้อนเรื่องราวเหล่านั้นลงบนภาพยนตร์ “สิ่งที่ผมรักที่สุด” มันก็คุ้มค่าที่จะลองทำ!
นี่จึงเป็นที่มาของ “นิราศกรุงเกลือ” / Me too ในแบบฉบับของผม ซึ่งเต็มไปด้วยบทบาทของ “ผู้กระทำ” และ “ผู้ถูกกระทำ” อันเป็นปัจจัยสำคัญของ “การคุกคามทางเพศ” ที่ส่งผลกระทบต่อใครหลายๆ คน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่สามารถละเลยหรือมองข้ามได้ แม้จะมั่นใจมากๆ ว่า เราแก้ไขอะไรไม่ได้เลยก็ตาม แต่ลึกๆ สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือ ระบายความในใจออกมา… เท่านั้นเอง
ท้ายที่สุด ขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันฝ่าอุปสรรคด้วยกันมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณคนที่รักที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และขอโทษด้วยที่ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเร็วกว่านี้
– ณัฐนันท์ (กัญจน์) เทียมเมฆ ผู้กำกับ

มาร์แซล โอฟูลส์ ผู้กำกับระดับตำนานเชื้อสายเยอรมัน-ฝรั่งเศสเจ้าของหนังสารคดีคลาสสิกเรื่อง The Sorrow and the Pity (1979) เสียชีวิตแล้วอย่างสงบในวัย 97 ปี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์สารคดี จุดเปลี่ยนสำคัญ และผลงานที่มีอิทธิพลต่อวงการโลกตลอด 100 กว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อช่างภาพหนุ่มผู้สิ้นหวังแห่งเมืองมุมไบถูกคุณย่ากดดันให้รีบแต่งงาน เขาจึงตัดสินใจขอร้องให้หญิงสาวแปลกหน้าที่เขาบังเอิญได้พบระหว่างทาง ช่วยปลอมตัวเป็นคู่หมั้นเพื่อหลอกให้คุณย่าของเขาตายใจ

ท่ามกลางภูมิประเทศดิบเถื่อนร้อนระอุ ท่วงทำนองเดือดดุของปาร์ตี้เรฟ และข่าวความขัดแย้งระดับโลกที่รุกคืบใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ สองพ่อลูกกับคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งจำต้องร่วมใจกันออกผจญภัยครั้งสุดท้าย บนหนทางอันเป็นเส้นแบ่งเบาบางระหว่างสวรรค์กับนรก

หนังชีวประวัติ “ซายัต-โนวา” กวีและนักดนตรีชาวอาร์เมเนียแห่งศตวรรษที่ 18 ในรูปแบบที่มิใช่เรื่องเล่าอย่างที่เราคุ้นเคย เพราะผู้กำกับ เซอร์เก พาราจานอฟ เลือกใช้วิธี “แปล” บทกวีเหล่านั้นออกมาเป็นภาพอันแสนแปลกประหลาด

ภาพยนตร์สารคดีที่เปรียบดังจดหมายรักมอบแก่บรรดาสิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เล่าเรื่องราวของผู้คนที่มีสายสัมพันธ์กับสิ่งของซึ่งเดินทางมาถึง “จุดสิ้นสุดอายุการใช้งาน” ของมัน

2 หนังสั้นของ จักรพันธ์ ศรีวิชัย เรื่องราวของหนุ่มนักโบกรถผู้เดินทางคนเดียวบนถนนสายเปลี่ยว และเรื่องของดินแดนประหลาดที่สองหนุ่มเตร็ดเตร่มองหาความแปลกใหม่ในชีวิต

เจ้าของรางวัล Cinematic Innovation จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่นำฟุตเตจจำนวนมหาศาลจากคลังมาจัดการเล่าหลากหลายเส้นเรื่องอย่างชาญฉลาด ผูกร้อยประวัติศาสตร์การเมืองโลกอันร้อนระอุในทศวรรษ 60 เข้ากับดนตรีและความรุนแรงได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง