
Allihopa: The Dalkurd Story
เรื่องราวการต่อสู้ฟันฝ่าของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน ซึ่งใฝ่ฝันจะเป็นแชมป์เพื่อนำเกียรติยศมาสู่ประชาชนผู้ไร้รัฐของพวกเขา
ชื่อไทย : คลี่ปริศนาภาพถ่ายวิเวียน ไมเออร์
83 นาที / สหรัฐอเมริกา / 2013 / กำกับ: จอห์น มาลูฟ, ชาร์ลี ซิสเกล
1h 23min / USA / 2013 / Directors: John Maloof, Charlie Siskel
เรื่องราวแสนน่าอัศจรรย์บันดาลใจของสตรีลึกลับผู้ได้รับการขนานนามว่า “ช่างภาพสตรีตหญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เพิ่งได้รับการค้นพบ”! …หนังเปิดเผยสุดยอดภาพถ่ายเปี่ยมชีวิตชีวาของพี่เลี้ยงเด็กนาม “วิเวียน ไมเออร์” ที่แม้จะบันทึกโลกใบนี้ไว้บนฟิล์มขาวดำนับแสนภาพ แต่กลับไม่เคยมีใครล่วงรู้เลยว่าเธอเป็นใคร และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องปิดบังอำพรางตนเองเช่นนั้น?
A documentary on the late Vivian Maier, a nanny whose previously unknown cache of 100,000 photographs earned her a posthumous reputation as one of the most accomplished street photographers.
รางวัล (Award)
ประเด็นสำคัญในหนัง
ความร่ำรวย ความยากจน คนชายขอบ
ภาพถ่ายของวิเวียน ไมเออร์จำนวนมากเป็นภาพคนไร้บ้าน คนชายขอบ ชาวบ้านยากจนที่เธอได้พบตามท้องถนนในนครใหญ่ ในหนังมีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเพราะเธอเองก็มาจากสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมระดับล่าง จึงทำให้มีสายตาที่เห็นอกเห็นใจต่อผู้คนเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็น่าสนใจว่า เธอเลือกจะทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับครอบครัวคนมีฐานะ ซึ่งทำให้เธอมีบ้านอยู่และมีเวลาว่างเหลือพอสำหรับการมาทำงานอดิเรกที่เธอชื่นชอบ นับเป็นความขัดแย้งที่น่าสนใจที่เราสังเกตได้จากชีวิตและงานของเธอ
การถ่ายภาพและการปิดบังตัวตน
วิเวียนพยายามปิดบังตัวเองด้วยหลายวิธี นอกจากนายจ้างและเพื่อน ๆ ของเธอจะไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีอีกด้านเป็นช่างภาพ แม้แต่ร้านล้างรูปที่เธอไปใช้บริการก็ยังไม่รู้ชื่อนามสกุลที่แท้จริงของเธอ ฟังดูแล้วเหมือนเธอไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใด ๆ กับคนอื่น แต่ขณะเดียวกัน เธอกลับชอบถ่ายภาพคนในระยะใกล้ชิด สนใจอารมณ์ความรู้สึกและความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ เธออัดวิดีโอตอนตัวเองออกไปชวนคนอื่นพูดคุย และเธอยังชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองอีกด้วย บุคลิกที่ขัดแย้งกันเองนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้วิเวียนเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจ
ความเป็นส่วนตัวและการเผยแพร่ผลงาน
คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนที่ได้เห็นงานของวิเวียนก็คือ ในเมื่อเธอมีฝีมือด้านการถ่ายภาพถึงขนาดนี้ แล้วทำไมเธอจึงเลือกจะปิดบังมันไม่ให้ใครรู้ ตลอดชีวิตเธอใฝ่ฝันถึงการได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในฐานะช่างภาพบ้างหรือไม่ หากเธอยอมเปิดเผยงาน ชีวิตเธอจะสุขสบายกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า เราไม่สามารถรู้คำตอบที่แน่ชัดได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพอจะรู้ได้ก็คือ วิเวียนเลือกใช้การถ่ายภาพเป็นหนทางในการบรรเทาความทุกข์ของตัวเอง เธอทำงานศิลปะนี้ด้วยความจริงจังและไม่ประนีประนอม หรือเราอาจคิดเลยไปได้อีกว่า การที่งานของเธอไม่ได้เปิดเผยสู่สายตาของสาธารณชนและนักวิจารณ์ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอยังมีความเป็นส่วนตัวในการสร้างงานตามความพอใจของตนเอง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการตัดสินของคนอื่นก็ได้
ดูจบแล้วคุยอะไรกันดี
1. คุณแปลกใจมั้ยที่ไม่มีนายจ้างคนไหนของวิเวียนรู้เรื่องการถ่ายภาพของเธอเลย คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร
2. มีบางคนในหนังนำเสนอความคิดที่ว่า วิเวียนอาจมีอาการเจ็บป่วยทางจิตหรือมีบาดแผลในใจจากประสบการณ์ร้ายในวัยเด็ก และสิ่งเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความสามารถหรือสไตล์การถ่ายภาพของเธอด้วย คุณเชื่อทฤษฎีนี้ไหม เพราะอะไร
3. จอห์น มาลูฟ ผู้กำกับร่วมของหนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ที่ค้นพบผลงานของวิเวียน แต่เขาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยที่เขาถือครองสิทธิในภาพจำนวนมากของเธอไว้เสียเอง และยังถือวิสาสะนำมันออกเผยแพร่ด้วย คุณเห็นด้วยกับการกระทำของเขาไหม หรือคิดว่าภาพเหล่านี้ควรถูกปิดบังไว้ต่อไปตามที่เคยเป็นเมื่อครั้งวิเวียนยังมีชีวิตอยู่
4. ในชีวิตจริงของคุณเอง เคยมีเรื่องต้องปิดบังไว้ไม่ให้ใครรู้ (แบบที่วิเวียนปิดบังเรื่องการถ่ายภาพของเธอ) ไหม คุณเลือกจะปิดบังมันเองหรือต้องทำเพราะความจำเป็น และถ้าเลือกใหม่ได้ จะเปิดเผยมันไหมหรือจะปิดไว้ต่อไป เพราะอะไร
5. คุณคิดว่าอะไรคือจุดเด่นและความน่าสนใจของภาพถ่ายสตรีท
6. ถ้าคุณมีโอกาสได้ออกไปถ่ายภาพแนวสตรีทบ้าง คุณจะถ่ายภาพอะไรเป็นพิเศษ เพราะอะไร

เรื่องราวการต่อสู้ฟันฝ่าของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน ซึ่งใฝ่ฝันจะเป็นแชมป์เพื่อนำเกียรติยศมาสู่ประชาชนผู้ไร้รัฐของพวกเขา

สารคดีถ่ายทอดชีวิตของ ซาร่า ชาห์เวอร์ดี สมาชิกสภาสตรีคนแรกในหมู่บ้านชนบทของอิหร่าน ผู้ท้าทายระบอบปิตาธิปไตยและพยายามปลุกพลังในตัวเด็กสาวให้กล้าฝันถึงอิสรภาพ การศึกษา และการเลือกชีวิตของตนเอง

ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน คนหนุ่มสาวรัสเซียจำนวนมากหนีการเกณฑ์ทหารไม่พ้น หนังสั้นเชิงทดลองของอนาสตาเซีย เวเบอร์ บันทึกชะตากรรมนั้นในรูปแบบอุปรากรเต็มขั้น ผสานกับฟุตเตจสำนักงานเกณฑ์ทหารอันอึมครึม

สารคดีทั่วไปย่อมมีหน้าที่หลักในการนำเสนอความจริง แต่ถ้าเป็น ‘สารคดีเชิงสืบสวน’ (Investigative Documentary) แค่เสนอความจริงก็ยังไม่พอ ยังต้องขุดคุ้ยเจาะลึกไปให้ถึงเบื้องหลังของประเด็นที่ถูกปกปิดจากสายตาสาธารณชน ด้วยความหวังว่าจะล้วงจนเจอต้นตอของมันได้ในที่สุด

เจาะลึก Mockumentary – สารคดีปลอมที่ใช้เทคนิคเหมือนจริง แต่แท้จริงคือเรื่องแต่ง ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงยุคทอง สำรวจบทบาท ความขัดแย้ง และไปดูตัวอย่างเด่น ๆ กัน

เรื่องราวของผู้จัดการคลับข้ามเพศวัยปลายหกสิบ และทหารข้ามเพศผู้ล่วงลับ สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ และผู้คนชายขอบที่ดำรงอยู่มาทุกยุคทุกสมัยในเกาหลีใต้

ทศวรรษ 1950 เกิดกลุ่มคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีใหม่ ๆ ในการเข้าถึง ‘ความจริงที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง’ และพวกเขาได้ให้กำเนิดขบวนการสารคดี Direct Cinema ซึ่งพาเราเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนและสถานการณ์จริงในแบบที่สารคดีไม่เคยทำได้มาก่อน

คาซึโอะ ฮาระ เป็นชื่อที่มักจะถูกเอ่ยถึงทั้งด้วยความเคารพและความสะพรึงไปพร้อม ๆ กัน คนทำหนังวัย 78 ปีผู้นี้ใช้ชีวิตกว่าห้าทศวรรษในการสร้างสรรคสารคดีที่ตบตีกับระบบและตะโกนเรียกร้องให้คนญี่ปุ่นกล้าแสดงความรู้สึกโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมในสังคมให้มากกว่าที่เป็นอยู่

‘นกบินชนกระจก’ — สำหรับนักศึกษาชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่ง นี่คือปัญหาร้ายแรงที่สะท้อนการออกแบบเมืองอันล้มเหลว สารคดีติดตามการเก็บข้อมูล กู้ซากนก และรณรงค์ติดสติกเกอร์กันนกชน เพื่อให้เมืองอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้

จากนิยายหลอนประสาทเรื่องสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ของ วิลเลียม เอส. เบอร์โรส์ ที่ว่ากันว่า “ไม่มีทางทำเป็นหนังได้” กลายมาเป็นหนังที่ใครได้ดูก็ยากจะลืมลงของ เดวิด โครเนนเบิร์ก

สถาบันภาพยนตร์แห่งสหราชอาณาจักร (British Film Institute – BFI) คัดสรร “10 หนังทรงพลังว่าด้วยการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Queer Activism)

เมื่อระบบสาธารณสุขฟินแลนด์ล้มเหลว และความโกรธเกรี้ยวสิ้นหวังของเหล่าพยาบาลดูแลผู้สูงวัยไม่มีใครรับฟัง พวกเธอจึงต้องระบายออกมาเป็นบทเพลง!