
The Expiration
สตีฟ เดย์ ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) มา 8 ปี เมื่อทนความเสื่อมของร่างกายต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจขอใช้สิทธิ์ยุติชีวิตภายใต้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่ห้ามการเยี่ยม
“หนูว่าสิ่งที่ลุงทำกับหนูตอนเด็ก ๆ มันคือบาปที่ให้อภัยไม่ได้”
“ฉันเคยทำอะไรไม่ดีกับเธอเหรอ ไอ้ที่ฉันเล่นกับเธอ กอดเธอ พวกนั้นน่ะเหรอ มันไม่บาปตรงไหนเลย”
โอลกา ลูคอฟนีโควา ใช้ชีวิตวัยเด็กในบ้านไม้เก่าของทวดในชนบทมอลโดวา บ้านที่รายล้อมด้วยต้นเชอร์รีและเสียงพูดคุยของญาติ ๆ แต่ในบ้านหลังเดียวกันนี้ก็เคยมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอตอนเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ สิ่งที่เธอเก็บงำเป็นความลับไม่เอ่ยกับใครมานานถึง 20 ปี
เมื่อครอบครัวนัดรวมญาติกันอีกครั้ง โอลกาซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่และย้ายไปเรียนต่อด้านภาพยนตร์ที่ยุโรปก็ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านหลังนั้นพร้อมกล้อง ปลายทางที่เธอมุ่งหมายคือชายชราวัยใกล้ 80 ที่ทุกคนในบ้านรักและไว้ใจ เขาคือ ‘ลุงตูดอร์’ สามีของน้องสาวคุณยาย และเป็นพ่ออุปถัมภ์ผู้เคยอุ้มเธอเข้าพิธีล้างบาปตอนยังเป็นทารก …แต่เขาก็เป็นชายคนที่ต้องรับผิดชอบต่อบาดแผลในวัยเด็กของเธอด้วยเช่นกัน
My Uncle Tudor เป็นสารคดีสั้น 20 นาทีที่ลูคอฟนีโควาทั้งกำกับ ถ่ายภาพ และบันทึกเสียง กล้องของเธอพาเราล่องผ่านบรรยากาศแสนสงบในบ้าน บรรดาป้า ๆ ที่นั่งคุยเรื่องเก่า ๆ และลุงตูดอร์ที่ตอบคำถามอย่างใจดี ก่อนที่บทสนทนาระหว่างเธอกับเขาจะค่อย ๆ กลายเป็นการเผชิญหน้า นำมาสู่การเปิดเผยความลับดำมืดที่เขาพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างสุดกำลัง
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ประสบการณ์ง่ายดายทั้งสำหรับคนดูและตัวคนทำหนังเอง ลูคอฟนีโควาใช้ความกล้าหาญอย่างยิ่งในการนำเสนอความจริงที่ว่า บาดแผลที่เด็กอย่างเธอได้รับมักเกิดจากน้ำมือของคนในครอบครัวตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่องค์กรด้านการคุ้มครองเด็กทั่วโลกยืนยันตรงกันนั่นคือ เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกล่วงละเมิดนั้นถูกกระทำโดยคนที่ตัวเองรู้จักและไว้ใจ ส่งผลให้ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยเลือกจะเงียบ เพราะการเอ่ยความจริงออกมาอาจหมายถึงการต้องกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งบ้าน
เจ้าของรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน และ European Film Awards
Olga Lucovnicova returns, camera in hand, to her great-grandparents’ house in rural Moldova, where the extended family gathers among cherry trees and old stories. Behind its warmth she carries a secret she kept for twenty years — something that happened to her in this same house when she was nine. Her destination is the man everyone loves and trusts: her godfather, ‘Uncle Tudor’, who is also the person responsible for the wounds of her childhood. As their gentle conversation slowly turns into a confrontation, a long-hidden truth surfaces.
Winner of the Golden Bear for Best Short Film (Berlinale 2021) and the European Film Award for Best Short Film.

สตีฟ เดย์ ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) มา 8 ปี เมื่อทนความเสื่อมของร่างกายต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจขอใช้สิทธิ์ยุติชีวิตภายใต้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่ห้ามการเยี่ยม

‘นกบินชนกระจก’ — สำหรับนักศึกษาชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่ง นี่คือปัญหาร้ายแรงที่สะท้อนการออกแบบเมืองอันล้มเหลว สารคดีติดตามการเก็บข้อมูล กู้ซากนก และรณรงค์ติดสติกเกอร์กันนกชน เพื่อให้เมืองอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้

‘การมโนคือทางออก’ — เอ็ม เด็กหนุ่มวัย 18 ผู้เสพคลิป Law of Assumption ทั้งวัน ตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำเพื่อเอาชนะความกลัว แล้วออกเดินทางสู่โลกภวังค์ที่เรื่องมโนกับความจริงปนกันจนแยกไม่ออก (สารคดีผสมเรื่องแต่ง)

ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน คนหนุ่มสาวรัสเซียจำนวนมากหนีการเกณฑ์ทหารไม่พ้น หนังสั้นเชิงทดลองของอนาสตาเซีย เวเบอร์ บันทึกชะตากรรมนั้นในรูปแบบอุปรากรเต็มขั้น ผสานกับฟุตเตจสำนักงานเกณฑ์ทหารอันอึมครึม

เขาเติบโตมาโดยไม่เคยมีความทรงจำที่ดีต่อพ่อ จนวันหนึ่งฟาบิโอ ซิลวา ค้นพบม้วนฟิล์ม 8 มม. เก่าของพ่อ ที่บันทึกช่วงเวลาก่อนเขาเกิด เขาจึงเริ่มสืบหาเรื่องราวของพ่อแม่ที่ไม่เคยรู้ เพื่อทำความเข้าใจบาดแผลที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิต

ภาพยนตร์เรียงความว่าด้วยอิทธิพลของสหรัฐฯ ต่อไทยในยุคสงครามเย็น เมื่อกองทัพอเมริกันเข้ามาและจุดชนวนการสร้างโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ นำไปสู่ความรุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผ่านเอกสารและฟิล์มของสำนักข่าวสารอเมริกัน

เบื้องหลัง Apocalypse Now (1979) คือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในค่ายที่ฟิลิปปินส์ ที่ถูกพาไปเป็นตัวประกอบรับบท ‘เวียดกง’ — สารคดีสั้นเจ้าของรางวัลจากซันแดนซ์ 2025 ที่คืนเสียงให้คนที่เคยอยู่ในเรื่องราวแต่ไม่เคยถูกจดจำ

ริแอนน์ ลูกครึ่งไต้หวัน-ไนจีเรียที่ครอบครัวชาวดัตช์รับเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เดินทางกลับไทเปเพื่อตามหาแม่แท้ ๆ ของเธอ แม้ทั้งคู่แทบสื่อสารกันไม่ได้ — เรื่องราวของสายเลือด ตัวตน และการกลับไปหาต้นทาง

วอร์ซอ ลอนดอน ไครเมีย สวิตเซอร์แลนด์ นิวยอร์ก บัวโนสไอเรส… เส้นทางบนแผนที่โลกของครอบครัวมิเรลมันน์ ชาวยิวโปแลนด์ผู้อพยพ เมื่อมักซ์ผู้เป็นหลานเปิดสมุดบันทึกของปู่ จนกลายเป็นสารคดีที่ถักทอภาพถ่าย เสียง และจินตนาการเข้าด้วยกัน

‘หมู่บ้านรถพ่วง’ บริเวณชานเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นที่อยู่ของผู้คนที่สังคมมักติดป้ายว่าเป็น ‘คนชายขอบ’ เป็นคนล้มเหลว ติดยา หรือไร้ซึ่งทักษะในการสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในระยะเวลา 20 กว่านาทีที่หนังเรื่องนี้เข้าไปนั่งฟังพวกเขา เรื่องราวที่เราได้ยินดูจะซับซ้อนกว่านั้น

“ซัลมาน” เดินทางจากเซเนกัลสู่ตุรกี ทำงานหลายอาชีพ เก็บเงินทีละนิดเพื่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัและเพื่อจะช่วยเหลือครอบครัว …ทุกที่ที่เขาไป เขาทำงาน เขาฝัน เขารอ…

สารคดีบันทึกความทรงจำหลังจากการสูญเสียพ่อผู้เป็นเสาหลักของบ้าน และสำรวจอารมณ์ความรู้สึกของแม่ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

สารคดีที่ย้อนสำรวจประวัติศาสตร์อันทั้งน่าเจ็บปวดและพิลึกพิลั่น ระหว่างเจ้าอาณานิคมอังกฤษกับเกาะฮ่องกง เพื่อตั้งคำถามว่าอังกฤษมิได้ยึดครองเพียงแค่แผ่นดินใช่หรือไม่ พวกเขาทำอะไรบ้างที่กลายเป็นการกำหนดชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คนบนเกาะนี้?

…พี่สาวของผมกำลังรอคลอดอยู่ในห้องคลอดสีชมพู ท่ามกลางความคาดหวังและการคาดเดาที่ผู้หญิงสี่ชั่วอายุคนในครอบครัวมีต่อเด็กทารกผู้ใกล้จะลืมตาดูโลก

สารคดีสั้นสำรวจประวัติศาสตร์อาณานิคมของเอกวาดอร์ และขนบวัฒนธรรมที่ผสานอยู่ในทุนนิยมร่วมสมัย โดยเล่าผ่านประเพณี “อัญโญ วิเอโฮ” หรือการเผาหุ่น “ปีเก่า” ในคืนส่งท้ายปีเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการชำระล้างและเริ่มต้นใหม่

สารคดีที่หยิบเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฟินแลนด์ซึ่งมักถูกละเลยมาพิจารณา โดยอ้างอิงเอกสารจากหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม สงคราม และการพลัดถิ่น

ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน คือเมืองอานซาน เมืองเหล็กกล้าที่เคยขับขานท่วงทำนองของอุตสาหกรรมอันรุ่งโรจน์ แต่ยามนี้เหลือเพียงความเงียบเหงา

สารคดีสั้นที่ผู้กำกับเล่าเรื่องราวครอบครัวของเขาเองโดยมีปู่ผู้เป็นอดีตนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเป็นศูนย์กลางเรื่อง แล้วพาเราไปรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ส่วนตัวที่ทอดผ่านระยะเวลากว่าสามทศวรรษหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน

หนุ่มชาวจีนไปเรียนต่อด้านภาพยนตร์ที่สหรัฐอเมริกาและผูกมิตรกับชายไร้บ้านชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ก่อนจะเกิดคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพอันแปลกประหลาดและจริยธรรมของการทำสารคดีของตนเอง

โยเซฟทำงานในไซโลเก่าแก่ในบูดาเปสต์ ใช้ชีวิตอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เล็ก ๆ ท่ามกลางเสียงรถบรรทุกและรถไฟที่แล่นผ่านไปมา การงานของเขาเต็มไปด้วยอันตรายซึ่งนับวันก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเขามากขึ้น ๆ

ณ หมู่บ้านกรีกอันเงียบสงบ ชาวบ้านที่เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่หลังคาเรือนต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่าวิตก เมื่อคนหนุ่มคนสุดท้ายย้ายไปสู่เมืองใหญ่ ปล่อยให้คนสูงอายุอยู่กันเองตามลำพัง

ณ เมืองเมืองหนึ่ง ถนนทุกสายถูกตั้งชื่อตาม “กวี” ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเต็มไปด้วยความสุข ความสุนทรีย์ และจินตนาการ … จนถึงวันที่โลกไม่ยอมให้มนุษย์มีชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป และประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่โดยผู้ชนะ

สารคดีที่พาเราไปฟังเสียงของผู้หญิงต่างวัย 3 คนซึ่งต้องสูญเสียสามีและลูกชายไปในสงครามรัสเซีย-ยูเครน พวกเธอพยายามหาหนทางที่จะรับมือกับความเจ็บปวดผ่านบทกวีและมิตรภาพ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบงัน

ชายวัยเกษียณในกรุงบูดาเปสต์ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในบ้านที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะของลูกสาวที่เขาไม่ได้คุยด้วยมานานหลายปี ความห่างเหินนี้ทำให้เขาต้องจมอยู่กับกองความทรงจำ ทั้งสไลด์ภาพถ่าย จดหมาย วิดีโอเทป และภาพวาดของลูกเมื่อครั้งยังเด็ก

เรื่องราวของผู้จัดการคลับข้ามเพศวัยปลายหกสิบ และทหารข้ามเพศผู้ล่วงลับ สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ และผู้คนชายขอบที่ดำรงอยู่มาทุกยุคทุกสมัยในเกาหลีใต้