City of Poets
ณ เมืองเมืองหนึ่ง ถนนทุกสายถูกตั้งชื่อตาม “กวี” ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเต็มไปด้วยความสุข ความสุนทรีย์ และจินตนาการ … จนถึงวันที่โลกไม่ยอมให้มนุษย์มีชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป และประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่โดยผู้ชนะ
Home > Our Films > Documentary Features > The Gleaners and I
DIRECTOR
Agnès Varda
YEAR
2000
COUNTRY
ฝรั่งเศส
DURATION
1h 22m
SYNOPSIS
สารคดีแสนงดงามของ อานเญส วาร์ดา ที่สำรวจชีวิตในโลกยุคสมัยใหม่ของเหล่า “นักเก็บ” ผู้ดำรงเลี้ยงชีพด้วยการเก็บสิ่งของทั้งหลายซึ่งถูกสังคมโยนทิ้ง วาร์ดาใช้กล้องดิจิตอล -อันเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับเธอในเวลานั้น- ติดตามพวกเขาเหล่านี้อย่างสนุกสนานไปกับเสรีภาพใหม่ของคนทำหนัง, เฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง และถ่ายทอดด้วยสายตาของคนที่มองเห็นความงามในทุกสิ่ง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะคือความแก่ชราหรือเป็นแค่มันฝรั่งที่บังเอิญเกิดมารูปร่างเหมือนหัวใจไม่เพียงเล่าเรื่องของคนอื่น วาร์ดายังทำสิ่งที่มีแต่เธอเท่านั้นจะทำได้อย่างชวนรื่นรมย์เสมอ ก็คือการใช้หนังสะท้อนตัวของเธอไปด้วยในเวลาเดียวกัน ขณะที่ผู้คนในหนังเก็บสิ่งของรอบกาย เธอก็เป็นนักเก็บภาพเคลื่อนไหวและความคิด ทั้งสองมิตินี้ประสานเข้าด้วยกันอย่างทั้งขี้เล่น เป็นปรัชญา มีความเป็นการเมือง และแน่นอนว่ารุ่มรวยไปด้วยความเป็นมนุษย์The Gleaners and I ชนะรางวัลหนังสารคดียอดเยี่ยมจากหลากหลายสถาบัน, นิตยสาร Sight & Sound โหวตให้มันเป็นหนังสารคดีที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 8 ของโพลปี 2014 และอานเญส วาร์ดาเองกล่าวว่า นี่คือหนังที่มีคนรักมากที่สุดของเธอ
An intimate, picaresque inquiry into French life as lived by the country’s poor and its provident, as well as by the film’s own director, Agnes Varda. The aesthetic, political and moral point of departure for Varda are gleaners, those individuals who pick at already-reaped fields for the odd potato, the leftover turnip.
award
FILM STILLS
THE TRAILER
EXPLORE MORE
ณ เมืองเมืองหนึ่ง ถนนทุกสายถูกตั้งชื่อตาม “กวี” ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเต็มไปด้วยความสุข ความสุนทรีย์ และจินตนาการ … จนถึงวันที่โลกไม่ยอมให้มนุษย์มีชีวิตเช่นนั้นอีกต่อไป และประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่โดยผู้ชนะ
สารคดีที่พาเราไปฟังเสียงของผู้หญิงต่างวัย 3 คนซึ่งต้องสูญเสียสามีและลูกชายไปในสงครามรัสเซีย-ยูเครน พวกเธอพยายามหาหนทางที่จะรับมือกับความเจ็บปวดผ่านบทกวีและมิตรภาพ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบงัน

สารคดีถ่ายทอดชีวิตของ ซาร่า ชาห์เวอร์ดี สมาชิกสภาสตรีคนแรกในหมู่บ้านชนบทของอิหร่าน ผู้ท้าทายระบอบปิตาธิปไตยและพยายามปลุกพลังในตัวเด็กสาวให้กล้าฝันถึงอิสรภาพ การศึกษา และการเลือกชีวิตของตนเอง

ในแวดวงอาชีพด้าน STEM ของสหรัฐอเมริกา มีบุคลากรผู้หญิงอยู่ไม่ถึง 1 ใน 4 และมีผู้หญิงผิวดำแค่ 1 ใน 10 แม้แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ที่ยึดถือ ‘ความเป็นกลาง’ เป็นหัวใจสำคัญ ก็ยังเต็มไปด้วยอคติที่ฝังรากลึกมายาวนานนับร้อยปี
สารคดีที่นักข่าวสาว “ชิโอริ อิโตะ” บันทึกความเจ็บปวดและการต่อสู้ของเธอเอง หลังจากเธอช็อกคนทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วยการเปิดเผยว่าเธอถูกข่มขืนโดยนักข่าวรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่มีทางเลือกนอกจากเปิดหน้าสู้เพื่อผลักดันให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศอันล้าสมัย
สำหรับผู้หญิงจำนวนมากในฟิลิปปินส์ การไปทำงานเป็นคนรับใช้ในต่างประเทศคือทางออกของชีวิตที่ขัดสน และในอันจะบรรลุซึ่งเป้าหมายนั้น พวกเธอจะต้องทุ่มเทให้แก่การฝึกฝนใน “โรงเรียนแม่บ้าน” ซึ่งมีอยู่อย่างแพร่หลายในประเทศ
ณ ศาลเมืองแซ็งโตแมร์ นักเขียนหญิงเดินทางไปสังเกตการณ์คดีหญิงสาวที่ถูกจับข้อหาฆ่าลูกสาววัย 15 เดือนของตน แต่ยิ่งการพิจารณาคดีดำเนินไป ความเชื่อของเธอและเราทุกคนกลับยิ่งสั่นคลอน
นี่คือ 3 เรื่องราวความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนของมนุษย์ที่ถูกบอกเล่าผ่าน “เหตุบังเอิญ” ซึ่งดูเหมือนจะดำเนินไปตามลิขิตแห่งโชคชะตา ในหลายชีวิตที่ล้วนเกี่ยวข้องกับ “ตัวตน” และ “ความรัก”
หนังเกี่ยวกับคืนที่รายการเรียลลิตี้ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปรายการหนึ่งออกอากาศเป็นตอนสุดท้าย แล้วในคืนนั้นเองหลังจากห้าทุ่มห้าสิบเก้าเวลาก็เพิ่มขึ้นมากลายเป็นห้าทุ่มหกสิบหกสิบเอ็ดหกสิบสองไปเรื่อยๆ ไม่ยอมถึงเที่ยงคืน

เมื่อ “ลิซ่า” ครูอนุบาลแห่งเกาะสแตเทน ค้นพบพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ในตัวเด็กนักเรียนชายวัย 5 ขวบ เธอก็ตัดสินใจทุ่มตัวเองให้แก่การขัดเกลาสิ่งซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามเม็ดนี้ ก่อนที่ความเชื่อนั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสิ่งอันตรายที่ไม่มีใครคาดคิด

“วิเวียน เวสต์วูด” โด่งดังก้องโลกในฐานะเจ้าแม่แฟชั่นพังค์ ผู้สุดจะแหกคอกตั้งแต่ด้านงานดีไซน์ ไปยันทัศนคติการใช้ชีวิต และการเป็นแอ็กติวิสต์ตัวเจ็บ แต่นี่คือหนังเรื่องแรกที่จะบอกเล่าการต่อสู้ทุกด้านอย่างแท้จริง ของหนึ่งในไอค่อนผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคสมัยคนนี้!