
Thanks Boss!
เมื่อแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ไล่ลูกจ้างออกอย่างสุดเอาเปรียบ และนักข่าวหนุ่มตัวแสบผู้รักความยุติธรรมไม่อาจทนดูได้ …ปฏิบัติการสุดเจ้าเล่ห์เพื่อ “เอาคืน” จึงต้องบังเกิด!
กระบี่สำหรับชาวโลก คือเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทรัพยากรอันงดงาม และสำหรับใครบางคน มันบรรจุความทรงจำและบาดแผล …เขาคือดาราที่หวังจะแวะมากระบี่เพื่อทำภารกิจแล้วจากไป แต่มันกลับเปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ส่วนเธอนั้นมาเพื่อค้นหาความจริงของชีวิตแต่กลับได้เผชิญหน้ากับอดีตแสนเจ็บปวด
ผลงานของ อโนชา สุวิชากรพงศ์ (ดาวคะนอง) และ เบน ริเวอร์ส ที่จะทำให้คุณมองกระบี่เปลี่ยนไปตลอดกาล
“Krabi, 2562” explores the landscape and stories within the community of Krabi, Southern Thailand. A major tourist destination in Thailand, the filmmakers want to capture the town in this specific moment where the pre-historic, the more recent past and the contemporary world collide, sometimes uneasily.

เมื่อแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ไล่ลูกจ้างออกอย่างสุดเอาเปรียบ และนักข่าวหนุ่มตัวแสบผู้รักความยุติธรรมไม่อาจทนดูได้ …ปฏิบัติการสุดเจ้าเล่ห์เพื่อ “เอาคืน” จึงต้องบังเกิด!

DOC NEWS ใครตามดูสารคดีบน
ยูซูเกะ ฮาฟูกุ นักแสดงและผู้กำกับละครเวทีหนุ่มใหญ่ที่มีชีวิตแต่งงานแสนสุข แต่แล้ววันหนึ่งภรรยาของเขาก็เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงความลับและบาดแผล สองปีต่อมา ฮาฟูกุได้พบมิซากิ หญิงสาวเงียบขรึมผู้ได้รับมอบหมายให้มาเป็นคนขับรถของเขา

ชีวิตและศิลปะมหัศจรรย์ของชุมชนในอินเดียต้องสูญสลายเมื่อรัฐบาลสั่งไล่รื้อบ้านของพวกเขา

ภาพยนตร์สุดคลาสสิก ผลงานประวัติศาสตร์ที่นำพาคนทั้งโลกเข้าสู่ “พระราชวังต้องห้าม” เพื่อติดตามชีวิตอันแสนสะเทือนหัวใจของ ผูอี้ จักรพรรดิองค์สุดท้ายของแผ่นดินจีน
เจ้าของรางวัล Cinematic Innovation จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่นำฟุตเตจจำนวนมหาศาลจากคลังมาจัดการเล่าหลากหลายเส้นเรื่องอย่างชาญฉลาด ผูกร้อยประวัติศาสตร์การเมืองโลกอันร้อนระอุในทศวรรษ 60 เข้ากับดนตรีและความรุนแรงได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

จากนิยายชื่อเดียวกันของ ทาคายามะ มาโคโตะ เรื่องของ โคสุเกะ (เรียวเฮ ซูซุกิ) บรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นที่ตกหลุมรัก เรียวตะ (ฮิโอะ มิยาซาวะ) เทรนเนอร์ฟิตเนสส่วนตัวของเขาเอง ความเงียบเหงาดึงดูดทั้งสองให้เข้าใกล้กัน ก่อนที่ปูมหลังอันแตกต่างจะแทรกตัวเข้าระหว่างพวกเขา

ในแวดวงอาชีพด้าน STEM ของสหรัฐอเมริกา มีบุคลากรผู้หญิงอยู่ไม่ถึง 1 ใน 4 และมีผู้หญิงผิวดำแค่ 1 ใน 10 แม้แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ที่ยึดถือ ‘ความเป็นกลาง’ เป็นหัวใจสำคัญ ก็ยังเต็มไปด้วยอคติที่ฝังรากลึกมายาวนานนับร้อยปี