จริยธรรมในหนังสารคดี: บทบันทึกเสี่ยงตายที่คว้าออสการ์สารคดียอดเยี่ยม!

2019-04-23T23:38:44+07:00Categories: Articles, การทำหนัง|Tags: |

เรื่องราวของ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายหนุ่มนักปีนเขาที่ปีนผาหินลาดชันด้วยสูง 3,200 ฟุตด้วยมือเปล่า ทำให้ Free Solo กลายเป็นหนังสารคดีม้ามืดที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาสารคดียอดเยี่ยมปี 2019 (ท่ามกลางคู่แข่งสุดหินอย่าง Minding the Gap, Of Fathers and Sons และ RBG) แน่นอนว่า มีหลายเหตุผลที่ส่งให้มันเป็นขวัญใจของทั้งกรรมการและคนดู (ด้วยการกวาดเงินหลังออกฉายไปแล้วทั้งสิ้น 21 ล้านเหรียญฯ) ไม่ว่าจะการเล่าเรื่องอันสุดเร้าใจฝีมือสองผู้กำกับ เอลิซาเบธ ไช และ จิมมี่ ชิน, แรงบันดาลใจท่วมท้นที่หนังส่งออกมาหาคนดูนอกจอ, งานภาพสุดตระการตา ไปจนถึงการตัดต่อลำดับเรื่องราวที่ทำให้คนดูต้องน้ำตารื้นถึงเบื้องหลังความอุตสาหะของฮอนโนลด์

อย่างไรก็ตาม ความที่หนังว่าด้วยการตัดสินใจปีนผาสูงอันสุ่มเสี่ยง ก็นำมาซึ่งคำถามที่คนทำหนังสารคดีหลายคนเคยเผชิญกันมาแล้วเช่นกัน นั่นคือ “ผลกระทบและแรงกระเพื่อมที่ผู้กำกับมีต่อตัวซับเจ็กต์”

…เป็นไปได้ไหมว่า หากไม่มีการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ ฮอนโนลด์ก็อาจไม่ตัดสินใจจะปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายดังกล่าว? คนทำหนังจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองมีส่วน ‘พัวพัน’ กับเรื่องราวที่อยากถ่ายทอดได้จริงไหม? และเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในสารคดีคือเรื่องราวที่ปราศจากการกุมบังเหียนทิศทางของผู้กำกับ?

เหล่านี้คือ “คำถามเชิงจริยธรรม” ที่ดุเดือดอย่างยิ่ง!

จิมมี่ ชิน กับ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ บนยอดเขาเอลแคพพิทัน ไม่กี่นาทีหลังจากฮอนโนลด์ปีนสำเร็จ

“ผมอดคิดไม่ได้ว่าเราจะทำยังไง ถ้าถ่ายๆ อยู่แล้วเขาร่วงหลุดจากเฟรมภาพ ลงไปตายอยู่ข้างล่าง?”
– จิมมี่ ชิน

หนึ่งในตัวอย่างอื้อฉาวของการที่คนทำหนังสารคดีถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม ก็คือสารคดีการเมืองเรื่อง Torre Bela (1975, โธมัส ฮาร์แลนด์) ที่ว่าด้วยการเกิดขึ้นและล่มสลายของกลุ่มแรงงานผู้ประท้วงนโยบายถือครองที่ดินในโปรตุเกส กล้องถ่ายหนังมีสถานะประหนึ่งผู้สังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบ ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าการมีอยู่ของคนทำหนังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อซับเจ๊กต์ในหนังเลย กระทั่งอีกหลายปีให้หลัง สารคดี Red Line หรือ Linha Vermelha (2011, โฆเซ ฟิลิป คอสตา) จึงตีแผ่ข้อเท็จจริงที่ว่า ที่แท้แล้วฮาร์แลนด์มีอิทธิพลมากต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วง ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการทำให้การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองดุเดือดและซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นเนื้อหาในหนังสารคดีของตัวเอง!

Torre Bela (1975, โธมัส ฮาร์แลนด์)

ข้อหาที่ว่า “ยุให้ซับเจ็กต์ทำเรื่องเสี่ยง เพื่อให้ได้หนังเข้มข้น” จึงสร้างความกังวลแก่ไชและชินมาก แต่ทั้งคู่ก็สามารถหลบเลี่ยงปัญหานี้ได้อย่างงดงาม ซึ่งนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักวิจารณ์กล่าวว่า Free Solo ไม่ใช่แค่หนังบันทึกการผจญภัยชวนหวาดเสียวธรรมดาๆ แต่มันคว้าออสการ์อย่าง “สมมง” เป็นที่สุด

วิธีที่ทั้งสองผู้กำกับใช้ก็คือ การให้กล้องตามจับภาพฮอนโนลด์โดยจัดวางระยะห่างและระยะชิดตามจังหวะอย่างเหมาะสม เหนืออื่นใดคือ การให้คนทำหนังเอง -ที่โดยทั่วไปมักจะอยู่เบื้องหลังกล้อง- ปรากฏตัวให้คนดูเห็นด้วย พร้อมขึ้นสถานะบนจออย่างชัดเจนว่า ‘ผู้กำกับ’ แล้วก็สวมบทบาทเป็นผู้ตั้งคำถามถึงการกระทำอันบ้าบิ่นของฮอนโนลด์อย่างตรงไปตรงมา

ด้วยวิธีนี้ คนดูก็ได้กลายเป็นพยานสำคัญของการถกเถียงหาจุดลงตัวระหว่างผู้กำกับกับทีมงาน และผู้กำกับกับฮอนโนลด์เอง ทั้งยังเชื้อเชิญให้คนดูร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าไปด้วยกัน (“เขาจะปีนจริงหรือ จะเสี่ยงทำไม แล้วพวกเราควรถ่ายไหม เราควรจะถ่ายอย่างไร”) จนมันได้กลายเป็นหนึ่งในเส้นเรื่องหลักและเหตุการณ์สำคัญของ Free Solo ไปโดยปริยาย (เมื่อมีบางครั้งที่ฮอนโนลด์แสดงท่าทีชัดเจนและเปิดเผยในการขอระยะห่างระหว่างตัวเขา -ซึ่งเป็นซับเจ็กต์- กับกล้อง)

อเล็กซ์ กับ ซานนี แฟนสาวของเขา

ไม่เพียงเท่านั้น ชินกับไชยังเชื่อมโยงเรื่องราวส่วนตัวของฮอนโนลด์เข้ากับเส้นเรื่องหลักด้วย โดยเฉพาะบทสนทนาอันแสนจะเป็นส่วนตัวระหว่างฮอนโนลด์กับ ซานนี แม็กแคนด์เลสส์ หญิงสาวที่เขาคบหาดูใจอยู่ เมื่อแม็กแคนด์เลสส์ตั้งคำถามถึงเหตุผลในการไต่ผาสูงชันของคนรัก และหวังว่าเขาจะเข้าใจที่เธอลังเลกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเขา ซึ่งประเด็นนี้ก็ถูกนำมาผสานจนกลายเป็นอีกเส้นเรื่องหนึ่งที่ขับให้เห็นความมุมานะไปจนถึงบ้าระห่ำของฮอนโนลด์ได้อย่างดี

ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Free Solo ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงในปีนี้ ด้วยความที่มันไม่เพียงประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดประสบการณ์เดือดพล่านของซับเจ็กต์ได้อย่างเร้าใจ พร้อมๆ กับที่เจาะลึกความขัดแย้งมากมายในตัวมนุษย์ได้อย่างเข้าถึงเท่านั้น แต่มันยังเป็นตัวอย่างของหนังสารคดีประเด็นท้าทาย ที่จัดวางตำแหน่งแห่งที่ของคนทำหนังและความสัมพันธ์ของพวกเขากับซับเจ็กต์และคนดูได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย

(โดย พิมพ์ชนก พุกสุข)


“Free Solo ฟรีโซโล่ ระห่ำสุดฟ้า”

สัมผัสประสบการณ์ระทึกบนจอใหญ่เท่านั้น!
*รอบแรก : จันทร์ 13 พ.ค. 2562
*เริ่มฉายปกติ : พฤหัส 16 พ.ค. เป็นต้นไปที่ SF (บางสาขา), House RCA และ Bangkok Screening Room

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

สงสัยไหม…เขาถ่ายทำ Free Solo ที่ความสูง 3,200 ฟุตกันยังไง!?

อาจจะกล่าวได้ว่าการทำหนังสารคดี Free Solo (บันทึกการไต่ผาสูง 3,200 ฟุตด้วย ‘มือเปล่า’ ของ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์) คือประสบการณ์ชวนสติแตกที่สุดของสองผู้กำกับ จิมมี่ ชิน […]

จริยธรรมในหนังสารคดี: บทบันทึกเสี่ยงตายที่คว้าออสการ์สารคดียอดเยี่ยม!

เรื่องราวของ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายหนุ่มนักปีนเขาที่ปีนผาหินลาดชันด้วยสูง 3,200 ฟุตด้วยมือเปล่า ทำให้ Free Solo กลายเป็นหนังสารคดีม้ามืดที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาสารคดียอดเยี่ยมปี 2019 (ท่ามกลางคู่แข่งสุดหินอย่าง Minding […]