
อะไรจะเป็นตัวแทนความงดงามและงอกงามตามธรรมชาติของโลกใบนี้ไปยิ่งกว่าเมล็ดพืชพันธุ์ทั้งหลาย? นี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 12,000 ปีระหว่างมนุษย์กับเมล็ดพืชพันธุ์ที่มีทั้งช่วงเวลาหอมหวานและขมขื่น รู้หรือไม่ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีผักชนิดนั้นชนิดนี้นับร้อยพันสายพันธุ์ แต่พวกมันสูญหายไปไหน และคนธรรมดาๆ จะต่อสู้กับการเก็บรักษาแหล่งอาหารแห่งอนาคตนี้อย่างไร ในท่ามกลางความผันผวนของธรรมชาติและการแย่งชิงความเป็นเจ้าของเมล็ดพืชโดยบรรษัทการเกษตรขนาดใหญ่ยักษ์?
Few things on Earth are as miraculous and vital as seeds. Worshipped and treasured since the dawn of humankind. SEED: The Untold Story follows passionate seed keepers protecting our 12,000 year-old food legacy. In the last century, 94% of our seed varieties have disappeared. As biotech chemical companies control the majority of our seeds, farmers, scientists, lawyers, and indigenous seed keepers fight a David and Goliath battle to defend the future of our food. In a harrowing and heartening story, these reluctant heroes rekindle a lost connection to our most treasured resource and revive a culture connected to seeds. SEED features Vandana Shiva, Dr. Jane Goodall, Andrew Kimbrell, Winona Laduke and Raj Patel.


สารคดีสั้นสำรวจประวัติศาสตร์อาณานิคมของเอกวาดอร์ และขนบวัฒนธรรมที่ผสานอยู่ในทุนนิยมร่วมสมัย โดยเล่าผ่านประเพณี “อัญโญ วิเอโฮ” หรือการเผาหุ่น “ปีเก่า” ในคืนส่งท้ายปีเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการชำระล้างและเริ่มต้นใหม่

ย่างกุ้ง 1917 เอ็ดเวิร์ด ข้าราชการอังกฤษหนีงานแต่งในวันที่คู่หมั้นเดินทางมาถึง ขณะที่เขาเดินทางไปทั่วเอเชียด้วยความเศร้าหมองและสับสนในชีวิต มอลลี่คู่หมั้นของเขากลับสนุกกับการตามหาและติดตามรอยเท้าของเขา

เจ้าของรางวัล Cinematic Innovation จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่นำฟุตเตจจำนวนมหาศาลจากคลังมาจัดการเล่าหลากหลายเส้นเรื่องอย่างชาญฉลาด ผูกร้อยประวัติศาสตร์การเมืองโลกอันร้อนระอุในทศวรรษ 60 เข้ากับดนตรีและความรุนแรงได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

ในวันที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ตาย เขาทิ้งหนังสือไว้มหาศาลในห้องสมุดส่วนตัวซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันความเป็นนักอ่านอย่างเข้มข้น …แต่เขาอ่านหนังสืออะไร? เนื้อหาเหล่านั้นเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงลัทธิฟาสซิสต์ที่ยังส่งผลกระทบต่อโลกจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร

จากต้นฉบับหนังสือ 30 หน้าที่เจมส์ บาลด์วิน กวี นักเขียน และนักต่อสู้ชาวอเมริกันผิวสีขึ้นต้นไว้และไม่เคยมีโอกาสเขียนให้เสร็จสิ้น สู่หนังสารคดีที่ตั้งคำถามถึงความอยุติธรรมของมนุษย์อย่างสุดทรงพลัง

เด็กหนุ่มผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักข่าว พยายามสืบสวนคดีที่พ่อของเขาถูกฆาตกรรมอย่างลึกลับภายในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเคนยา ขณะที่ภัยแล้งรุนแรงกำลังคืบคลานเข้ามา ภารกิจในการตามหาฆาตกรและทวงถามความยุติธรรมของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อผลกระทบอันเลวร้ายจากโลกที่ร้อนขึ้นถูกเปิดเผย

สารคดีที่หยิบเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมฟินแลนด์ซึ่งมักถูกละเลยมาพิจารณา โดยอ้างอิงเอกสารจากหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม สงคราม และการพลัดถิ่น