“แพะ” และ “ฆาตกรตัวจริง” : เบื้องหลังคดีสยองขวัญใน Memories of Murder

“ผมอยู่กับความเจ็บแค้นมาตลอด ถ้าตำรวจยอมขอโทษ ผมจะรู้สึกดีขึ้น แต่ที่จริงแล้ว ตำรวจไม่เพียงติดค้างคำขอโทษต่อผม พวกเขายังติดค้างคำขอโทษต่อประชาชนเกาหลีใต้ทุกคนด้วย …คุณพอจะจินตนาการออกไหมว่านอกจากผมแล้ว ยังน่าจะมีคนอีกมากมายแค่ไหนที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม หรือถูกให้ร้ายโดยตำรวจตลอดเวลาที่ผ่านมา”


นั่นเป็นคำกล่าวของ “ยูน” (นามสมมติ) อดีตผู้ต้องหาคดีข่มขืนฆ่าเด็กหญิงวัย 13 ปีซึ่งถูกจับติดคุกมานาน 20 ปีเต็ม …ก่อนที่ตำรวจจะเจอหลักฐานใหม่ที่พิสูจน์ว่า เขาเป็น “แพะ”

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องครั้งแรกของเกาหลีใต้ ซึ่งกลายมาเป็นฉากหลังสำคัญของหนังเรื่อง Memories of Murder ตัวคดีนั้นถูกจดจำในชื่อ “ฆาตกรรมที่ฮวาซ็อง” เพราะเกิดขึ้นที่เมืองฮวาซ็อง จังหวัดคย็องกี ช่วงปี 1986-1991 อันเป็นยุคที่วิธีการพิสูจน์หลักฐาน การชันสูตรศพ และการตรวจดีเอ็นเอที่นั่นยังล้าหลัง แต่ด้วยแรงกดดันจากสังคมและสื่อมวลชน ทำให้ในปี 1989 ตำรวจตัดสินใจใช้วิธีลัดคือ การจับแพะ และ “ซ้อมผู้ต้องสงสัยบังคับให้รับสารภาพ” ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจคย็องกียอมรับกับสื่อมวลชนเองเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา

แม้ยูนจะได้เป็นอิสระตั้งแต่ปี 2008 แต่เขาก็ยังไม่ได้รับการชดเชยที่ต้องติดคุกฟรีถึง 20 ปี ต้องอยู่อย่างทรมานจากอาการโปลิโอ และเมื่อออกจากคุกก็ยังถูกสังคมเหยียดหยามด้วยความเข้าใจผิด จนปี 2019 นี่เองเขาจึงกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับมาได้ เมื่อตำรวจแถลงว่าพบฆาตกรตัวจริงแล้ว นั่นคือ “ลีชุนแจ” นักโทษที่ติดคุกมาตั้งแต่ปี 1994 ข้อหาข่มขืนฆ่าน้องเมียตัวเอง และเขาเป็นคนเปิดปากสารภาพเองว่าเป็นผู้ลงมือใน 10 คดีอื้อฉาวที่ฮวาซ็อง

“ผมไม่เคยคิดหรอกว่ามันจะเป็นความลับได้ตลอดไป” ลีในวัย 57 ปีกล่าวต่อศาลเมืองซูวอน “แต่ผมแปลกใจมากที่ไม่ถูกจับเสียที ทั้งๆ ที่ไม่ได้แอบซ่อนปิดบังอะไรเลย แถมรอบตัวก็มีตำรวจเป็นร้อยๆ คน แต่พวกเขากลับมัวแต่สงสัยคนอื่น ความจริงตำรวจเคยมาเจอผมตอนที่ผมใส่นาฬิกาข้อมือของเหยื่อคนหนึ่งอยู่ด้วยซ้ำ แต่เขาแค่ถามหาบัตรประชาชนแล้วก็ปล่อยผมซะงั้น”

ทว่าแม้จะสารภาพ ลีก็ไม่ต้องรับโทษเพิ่มเนื่องจากคดีที่ฮวาซ็องหมดอายุความไปแล้ว เช่นกันกับตำรวจ 7 นายที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและซ้อมผู้ต้องสงสัย ที่แม้จะถูกสอบสวนแต่ก็รอดตัวด้วยเหตุผลเดียวกัน

 

(ภาพบน : (ซ้าย) ภาพถ่ายสมัยมัธยมของ ลีชุนแจ ฆาตกรตัวจริง / (ขวา) ภาพสเก็ตช์ผู้ต้องสงสัยของตำรวจ)

พัคแฮอิล นักแสดงผู้รับบทหนึ่งในผู้ต้องสงสัยใน Memories of Murder
ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ
Share on facebook
Share on twitter
Explore more

ครั้งหนึ่ง บงจุนโฮและซงคังโฮเคยถูกขึ้น “บัญชีดำ” และบัญชีดำนี้นำไปสู่การถอดถอนประธานาธิบดี!

กว่าจะกลายมาเป็นคนทำหนังและนักแสดงระดับโลกดังที่เราเห็นในวันนี้ ทั้งคู่และเพื่อนอีกหลายชีวิตในวงการหนังเกาหลีใต้เคยผ่านช่วงเวลาแห่งการต่อสู้อันยากลำบากมาก่อน นี่อาจเป็นอีกหนึ่งข้อยืนยันชัดเจนว่า ความสำเร็จยิ่งใหญ่ของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายดายด้วยความบังเอิญ!

“คนเกาหลีคุ้นเคยกับความรุนแรง เพราะเราเพิ่งเจอยุคเผด็จการมา 50 กว่าปีเท่านั้น”

“หนังของผมมักมีฉากรุนแรงจะแจ้ง เพราะความรุนแรงซึมซาบอยู่ในวัฒนธรรมของเรา” บงจุนโฮเล่าเบื้องหลัง Memories of Murder ที่เขาแปลงเรื่องจริงโหดเหี้ยมมาเป็นหนังระทึกขวัญสุดร้ายกาจ!

MEMORIES OF MURDER

หนังคลาสสิกขึ้นหิ้งขวัญใจคนดูหนังทั่วโลก ผลงานกำกับปี 2003 ของ บงจุนโฮ (เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Parasite) สร้างจากเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญช่วงปี 1986 – 1991 ณ เมืองเล็กๆ นอกกรุงโซล

ซงคังโฮ : “ใบหน้าของหนังเกาหลีใต้”

“ผมไม่ใช่คนหล่อคนเท่จึงเหมาะกับคนทำหนังที่ต้องการเล่าเรื่องของคนธรรมดา – หรือพูดอีกอย่างว่า คนที่ดูผิวเผินเหมือนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกำลังต่อสู้กับความเลวร้ายสาหัสอยู่”