…ลูกสาวเชื่อแม่ แม่ยิ้มขณะลูกเดินทางไปโบสถ์ ทว่านั่นได้กลายเป็นยิ้มสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นเสียงระเบิดดังขึ้น และสิ่งเดียวที่ลูกเหลือทิ้งไว้ท่ามกลางซากปรักหักพังของโบสถ์ก็คือรองเท้าคู่เล็กๆ ของเธอ

“แม่จ๋า หนูขอเข้าเมือง
แทนที่จะไปเล่นไกลๆ
หนูจะไปเดินบนถนนที่เบอร์มิงแฮม
ในขบวนเสรีภาพได้ไหม

อย่านะ ลูกจ๋า ไม่เอา
หมาของพวกเขาแสนดุร้าย
เขามีกระบอง ท่อยาง ปืน กรงขัง
ไม่ดีสักอย่าง ลูกจ๋าอย่าไป

แต่หนูไม่ได้ไปคนเดียว แม่จ๋า
เด็กอีกมากหน้าจะอยู่ตรงนี้
หนูจะเดินบนถนนในเบอร์มิงแฮมกับเขา
ปลดปล่อยประเทศเราไปสู่เสรี”

ถ้อยคำเรียบง่าย แต่เนื้อหาและเสียงร้องบีบหัวใจของเพลงนี้ คงทำให้หลายคนสะเทือนไม่น้อยเมื่อมันดังขึ้นในฉากหนึ่งของ I Am Not Your Negro …และประวัติความเป็นมาของมันก็ชวนเจ็บปวดอย่างยิ่ง

“Ballad of Birmingham” เป็นชื่อบทกวีที่ ดัดลีย์ แรนดอลล์ เขียนขึ้นในปี 1969 เพื่ออุทิศให้แก่เหตุการณ์วางระเบิดโบสถ์ 16th Street Baptist Church ซึ่งเป็นโบสถ์ของคนผิวดำในเบอร์มิงแฮม รัฐแอละบามา เมื่อ 15 กันยายน ปี 1963 ส่งผลให้เด็กหญิงผิวดำ (วัย 11-14 ปี) เสียชีวิต 4 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 22 คน

ความสะเทือนใจของเนื้อหาอยู่ตรงที่แรนดอลล์เขียนเป็นบทสนทนาของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่ลูกน้อยขอไปร่วมเดิน “ขบวนเสรีภาพ” บนถนนในเบอร์มิงแฮม แต่แม่ไม่อนุญาตเพราะกลัวอันตราย แล้วเกลี้ยกล่อมให้ลูกไปโบสถ์แทนเพราะ “ปลอดภัยกว่า” …ลูกสาวเชื่อแม่ แม่ยิ้มขณะลูกเดินทางไปโบสถ์ ทว่านั่นได้กลายเป็นยิ้มสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นเสียงระเบิดดังขึ้น และสิ่งเดียวที่ลูกเหลือทิ้งไว้ท่ามกลางซากปรักหักพังของโบสถ์ก็คือรองเท้าคู่เล็กๆ ของเธอ

เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นการกระทำของสมาชิกกลุ่มคูคลักซ์แคลน 4 คนซึ่งนำระเบิดอย่างน้อย 15 แท่งติดเครื่องจับเวลาแล้วซ่อนไว้ใต้บันไดฝั่งตะวันออกของโบสถ์ หลังเหตุการณ์ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ประณามว่ามันเป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่ชั่วร้ายน่าเศร้าที่สุดของมนุษยชาติ แต่แม้เอฟบีไอจะสรุปตัวผู้ก่อเหตุได้ใน 2 ปีต่อมา คดีก็ยืดเยื้อมาจนถึงปี 1977 จึงมีคำตัดสินจำคุกผู้ต้องหาหนึ่งราย, ตามด้วยอีกสองรายในปี 2001 กับ 2002 ส่วนรายที่ 4 เสียชีวิตไปก่อน

(เหตุการณ์ระเบิดนี้เคยเป็นหนังสารคดีปี 1997 เรื่อง 4 Little Girls กำกับโดยสไปค์ ลี)

เบอร์มิงแฮมเป็นเมืองที่มีปัญหาการแบ่งแยกสีผิวรุนแรงที่สุดของอเมริกาทั้งทางกฎหมายและวัฒนธรรม มาร์ติน ลูเธอร์ คิงกับเพื่อนจึงเริ่มเดินขบวนเรียกร้องสิทธิสำหรับคนผิวสีที่นี่โดยชวนนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วม การประท้วงหลายครั้งถูกตอบโต้จากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่หลักการ “สู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง” ของขบวนการก็ทำให้พวกเขาและการเรียกร้องของคนผิวสีทางภาคใต้เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนเป็นแรงผลักดันหนึ่งที่นำไปสู่การผ่านกฎหมายสิทธิพลเมืองในปี 1964

 

เพลง Ballad of Birmingham

(จากบทกวีของ ดัดลีย์ แรนดอลล์, ทำนองโดยเจอร์รี มัวร์, ขับร้องโดย Tennessee State University Students)

“Mother dear, may I go downtown
Instead of out to play,
And march the streets of Birmingham
In a Freedom March today?”

“No, baby, no, you may not go,
For the dogs are fierce and wild,
And clubs and hoses, guns and jails
Aren’t good for a little child.”

“But, mother, I won’t be alone.
Other children will go with me,
And march the streets of Birmingham
To make our country free.”

“No, baby, no, you may not go,
For I fear those guns will fire.
But you may go to church instead
And sing in the children’s choir.”

She has combed and brushed her night-dark hair,
And bathed rose petal sweet,
And drawn white gloves on her small brown hands,
And white shoes on her feet.

The mother smiled to know her child
Was in the sacred place,
But that smile was the last smile
To come upon her face.

For when she heard the explosion,
Her eyes grew wet and wild.
She raced through the streets of Birmingham
Calling for her child.

She clawed through bits of glass and brick,
Then lifted out a shoe.
“O, here’s the shoe my baby wore,
But, baby, where are you?”

[su_divider top=”no” style=”double”]

RELATED POSTS

 

[su_posts id=”15203″ posts_per_page=”5″ taxonomy=”post_tag” tax_operator=”0″ order=”desc”] [su_posts id=”15158″ posts_per_page=”5″ taxonomy=”post_tag” tax_operator=”0″ order=”desc”]