เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนรู้จักซีเรียจากข่าวต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ข่าวที่นำเสนอเป็นเรื่องสงครามการเมือง กลุ่มผู้ก่อการร้าย การใช้อาวุธเคมีโจมตีกลุ่มต่อต้าน การประท้วงรัฐบาล ฯลฯ ความไม่สงบต่างๆ ในซีเรียนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 แล้วบานปลายมาเป็นสงครามกลางเมืองในปี 2012 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

คำถามสำคัญของเรื่องนี้คือ ความไม่สงบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในซีเรียนั้นมีต้นตอมาจากอะไร แล้วเหตุใดสงครามนี้จึงยืดยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เห็นจุดจบเสียที จากวงเสวนาซีเรีย สงครามและการลี้ภัย ร่วมบรรยายโดย ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อ.งามศุกร์ รัตนเสถียร จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2560  การเสวนาครั้งนี้อาจารย์ทั้งสองได้อธิบายภาพรวมของปรากฏการณ์ซีเรียให้เราฟัง  ดำเนินการเสวนาโดย คุณช่อ-พรรณิการ์ วานิช ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

 

Arab Spring

ปรากฏการณ์ Arab Spring (อาหรับสปริง) เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ชาวมุสลิมตะวันออกกลางพากันลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล โดยจุดเริ่มต้น ณ ประเทศตูนิเซียที่ประชาชนออกมาประท้วงประธานาธิบดี ซิเน่ อัล-อะบิดีน ที่ครองตำแหน่งผู้นำประเทศคนเดียวมา 23 ปีให้ลาออกจากตำแหน่ง การประท้วงนี้เริ่มจากระดับหมู่บ้านไปสู่ระดับภูมิภาคและขยายเป็นการประท้วงระดับประเทศไปในที่สุด ผลสรุปเหตุการณ์ที่ตูนิเซียคือประธานาธิบดีก็ยอมลาออกจากตำแหน่ง

เหตุการณ์ที่ตูนิเซียโด่งดังไปถึงอียิปต์ที่ขณะนั้นเกิดปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน และปัญหานักการเมืองทุจริต ประชาชนอียิปต์จำนวนมากพูดถึงเหตุการณ์ที่ตูนิเซียนี้ในโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่การปลุกระดมและรวมตัวกันประท้วงเพื่อขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก แม้ในประธานาธิบดีมูบารักจะไม่ลงจากตำแหน่งทันทีแต่สุดท้ายเขาก็ถูกคณะกรรมาธิการทหารบังคับให้ลงจากตำแหน่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการทหารนั้นแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารประเทศแทนชั่วคราว ประชาชนอียิปต์พากันเฉลิมฉลองทั่วประเทศ

ไม่ใช่แค่ที่ตูนิเซียและอียิปต์เท่านั้นที่ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล แต่ในประเทศแถบเดียวกันอย่าง บาห์เรน จอร์แดน และตุรกี ต่างก็ออกมาล้มล้างรัฐบาลในประเทศตนเองเหมือนกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ออกมาเคลื่อนไหวมักจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการการเลือกตั้ง ต้องการรัฐบาลที่โปร่งใส หรือต้องการความเท่าเทียมทางศาสนาระหว่างนิกายในประเทศอิสลาม แม้การประท้วงจะมีความรุนแรงและอาจมีการนองเลือดเกิดขึ้น แต่ประชาชนในประเทศมักได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด

แต่ไม่ใช่สำหรับซีเรีย ที่คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาขับไล่ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ปกครองประเทศต่อจากบิดาเป็นเวลาหลายสิบปี  แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จเหมือนประเทศมุสลิมอื่นๆ ในแถบตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด

ISIS คือปัญหาทั้งหมด?

 

            “ปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางวันนี้เป็นเรื่องของอำนาจ ทรัพยากร และดินแดน”

 

ดร.ศราวุฒิ อารีย์
(รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

 

แม้หลักใหญ่ใจความของการโค่นล้มรัฐบาลในซีเรียคือ การปลดอำนาจตระกูลอัสซาดที่ปกครองประเทศในระบอบเผด็จการมาหลายสิบปี และปัญหาทางศาสนาของตระกูลอัสซาดที่เป็นมุสลิมที่นับถือนิกายชีอะห์ในขณะที่ประชาชนซีเรียส่วนมากนับถือนิกายสุหนี่ เมื่อผู้นำของประเทศเป็นศาสนิกชนกลุ่มน้อยจึงพยายามสร้างเครื่องมือทำประเทศให้เป็นรัฐตำรวจเพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่ตนเองในด้านการเมืองและการทหาร คอยสอดส่องพลเมือง และทำโทษพลเมืองของตัวเอง ความเข้มงวดต่างๆ เหล่านี้ทำให้คนรุ่นใหม่มองว่าการปกครองแบบอัสซาดเป็นการใช้อำนาจแบบเผด็จการพวกเขาไม่ยอมรับ แล้วนำไปสู่วิกฤติทางการเมืองภายในประเทศเป็นเวลาต่อมา

เมื่อเกิดปัญหาการเมืองภายในประเทศสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต่อต้านจนทำให้เกิดภาวะรัฐอ่อนแอไม่สามารถควบคุมประชาชนได้ แต่รัฐบาลก็ยังคิดจะปราบปรามประชาชนที่ขัดขืนกับตนต่อไป ทว่านอกเหนือจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน ขบวนการไอเอสที่ถือเป็นผู้ก่อการร้ายกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงที่มักเข่นฆ่าประชาชนคนที่มีมุมมองศาสนาต่างจากตน และมักทรมานผู้คนอย่างเหี้ยมโหดโดยไม่ละเว้นทั้งเด็กและผู้หญิง การเข้ามามีส่วนร่วมของไอเอสทำให้มีข้อเปรียบเทียบระหว่างความโหดเหี้ยมของกลุ่มไอเอสกับระบอบอัสซาดเพื่อสร้างความชอบธรรมให้การปกครองแบบเดิมคือระบอบอัสซาด

แต่ทั้งนี้ ดร.ศราวุฒิ และ อ.งามศุกร์ พยายามชี้ให้เราเห็นประเด็นที่แท้จริงว่า ปัญหาในประเทศซีเรียที่แท้จริง คือประชาชนไม่พอใจระบบการปกครองของตระกูลอัสซาด ไม่ใช่ปัญหาการก่อการร้ายของกลุ่มไอเอส ดังนั้นการมองมิติปัญหาในประเทศซีเรียจึงไม่มีแค่เรื่องการแทรกแซงของกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่สงครามและการใช้ความรุนแรงทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งปัญหาสิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัย และการสูญเสียอื่นๆ อีกมากมาย



สงครามซีเรียไม่ได้มีแค่ ‘คนซีเรีย’ ?

ทุกคนที่สู้รบย่อมมีอาวุธ ในช่วงสงครามกลางเมืองเนิ่นนานเกือบสิบปี แม้แต่อาหารในแต่ละวันยังเป็นเรื่องยากเย็น แล้วคนเหล่านี้เอาเงินที่ไหนมาซื้ออาวุธ? ยึดฝ่ายตรงข้ามมาได้ก็ส่วนหนึ่งแต่มีคนให้มาก็อีกเรื่องหนึ่ง?!

แท้ที่จริงแล้วสงครามของซีเรียไม่ได้ประกอบแค่กลุ่มต่อต้าน กลุ่มไอเอส และฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีประเทศมหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลังสงครามนี้ เราเรียกรูปการณ์เช่นนี้ว่า Proxy War หรือสงครามตัวแทน กล่าวคือชาติมหาอำนาจทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคจะไม่สามารถลงรบกันได้โดยตรง ต่างฝ่ายจึงสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ผ่านประเทศใกล้เคียงแล้วส่งให้ฝ่ายที่ตนสนับสนุนอยู่เป็นตัวแทนทำสงครามแทน ซึ่งชาติมหาอำนาจหลายประเทศที่กล่าวถึงนั้นต่างเลือกฝักฝ่ายอย่างชัดเจน


ประเทศสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล

รัสเซีย

รัสเซียที่เป็นชาติมหาอำนาจก็สนับสนุนรัฐบาลซีเรียด้วยการให้ความช่วยเหลือทางทหาร ทั้งด้านการฝึกสอนพลทหาร การจัดส่งอาวุธ และในการเมืองระดับสากล รัสเซียใช้สิทธิวีโต้ (veto) ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อยับยั้งร่างมติหยุดยิงในเมืองอเลปโป และยับยั้งร่างมติคว่ำบาตรซีเรียจากการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาล ซึ่งการใช้สิทธิวีโต้ทำให้นานาชาติติเตียนรัสเซียเป็นอย่างมาก  โดยเหตุผลหลักที่รัสเซียสนับสนุนรัฐบาลซีเรียเพราะความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ กล่าวคือเดิมทีซีเรียเป็นหนึ่งประเทศที่จัดหาอาวุธให้กองทัพรัสเซีย นอกจากนี้รัฐบาลซีเรียได้เช่าฐานทัพเรือของรัสเซียไว้ด้วย

อิหร่าน

อิหร่านสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลซีเรียด้วยการช่วยส่งอาวุธ กำลังทหาร น้ำมัน และเป็นที่ปรึกษาด้านการทหารให้แก่ประธานาธิบดีอัสซาดซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญเพื่อแลกกับการใช้ซีเรียเป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธไปให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวในประเทศเลบานอน

 

ประเทศสนับสนุนฝ่ายต่อต้าน

กลุ่มรัฐอ่าวอาหรับ

กลุ่มรัฐอ่าวอาหรับที่นำโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย มีวัตถุประสงค์เพียงต้องการต่อต้านอิทธิพลของอิหร่าน ที่ให้ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์เป็นชนชั้นปกครอง โดยกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับช่วยส่งเงินและอาวุธผ่านทางตุรกีและจอร์แดนให้ฝ่ายต่อต้าน

สหรัฐอเมริกา

ในตอนแรกสหรัฐฯ เลือกจะสนับสนุนด้วยการส่งน้ำ อาหาร และรถบรรทุกช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน จนกระทั่งสงครามรุนแรงมากขึ้นในปี 2013 ทางสหรัฐอเมริกาจึงส่งเงินและอาวุธให้ทางกลุ่มต่อต้านของซีเรียไปด้วย

 

 

การมีประเทศมหาอำนาจคอยเป็นเบื้องหลังหยิบยื่นอาวุธและทรัพยากรอำนวยความสะดวกแก่สงครามให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สงครามซีเรียไม่อาจยุติลงได้

 


รับชมการเสวนาย้อนหลัง

https://www.youtube.com/watch?v=uJKxoVRce2A&t=343