ความในใจผู้กำกับ HOMME LESS Posted in: Articles – Tags:

“เราได้ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นความผิดปกติกับ “ชีวิตแสนปกติ” ของตัวเราเอง เรารู้สึกปลอดภัยเมื่อได้ยืนในโลกฝั่งนี้ที่เราเองเป็นคนแบ่ง และเชื่อว่าเราไม่มีวันก้าวเท้าข้ามไปอยู่ฝั่งนั้นได้ …แต่หากแท้จริงแล้ว ความเป็นคนไร้บ้านคือภาวะที่ใกล้ตัวเรากว่าที่เราเคยคิดล่ะ?” – โธมัส เวอร์เธินซอห์น

“ครั้งแรกที่ผมมานิวยอร์กในช่วงต้นยุค 90 หนึ่งในความทรงจำแจ่มชัดที่สุดนอกเหนือจากพลังท่วมท้นที่เมืองนี้มีต่อผมแล้ว ก็คือภาพผู้ชายคนหนึ่งกำลังก้มตัวอยู่ริมถนน พยายามหย่อนเชือกผูกแม่เหล็กลงไปดูดเอาเศษเงินที่ตกอยู่ในท่อข้างรถไฟใต้ดิน ตอนนั้นผมรับรู้มันแค่ในฐานะภาพประหลาดๆ กลางนิวยอร์กมากกว่าเห็นแง่มุมความเป็นด้านมืดของมัน ผมยังตาบอดด้วยความหรูหราเจิดจ้าของแมนฮัตตันและซึมซับมันด้วยความรู้สึกด้านบวกล้วนๆ นิวยอร์กล่อหลอกใจผมไม่ต่างจากสาวสวยๆ ที่ทำให้ผมเต็มใจติดตามเธอไปทุกหนแห่ง

ในปี 2008 ผมตัดสินใจย้ายจากบ้านในออสเตรียมาอยู่นิวยอร์ก และไม่ช้าก็พบว่าประสบการณ์ที่ได้พบช่างต่างมากจากตอนแวะมาในฐานะนักท่องเที่ยว สาวสวยคนนี้ทำให้ผมตระหนักว่าการได้อยู่กับเธอช่างเป็นสิทธิพิเศษมาก – สิทธิพิเศษที่มาพร้อมราคาแพงลิบ นิวยอร์กไม่ได้เป็นเมืองสำหรับทุกคน มันเป็นที่ที่ยากเข็ญหากคุณคิดจะใช้ชีวิตให้รอด ผมต้องตระเวนนอนที่นั่นที่นี่อยู่นานกว่าจะหาที่อยู่ของตัวเองได้สำเร็จและรู้สึกว่าในที่สุดก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง นิวยอร์กเป็นที่ที่เมื่อคุณหลงเหยียบย่างเข้ามาแล้วจะจากออกไปได้ยากเหลือเกิน และผมก็แทบไม่เคยมีความรู้เลยว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ยังมีผู้คนอีกบางคนซึ่งต้องค้นหาและสร้างหนทางต่างๆ นานาเพื่อจะยังอยู่กับสาวสวยคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยการเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินหรืออื่นๆ ที่เธอมอบให้แค่ไหนก็ตาม

 

 

เรามักรับรู้ว่าใครเป็นคนไร้บ้านก็จากการแสดงออกหรือรูปลักษณ์ พวกเขามักเดินอย่างไร้ทิศทาง เคลื่อนไหวเชื่องช้า ดูราวกับสูญเสียความสามารถในการประกอบการงานและทำสิ่งใดให้แก่สังคม หรือไม่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะทำบทบาทเหล่านั้นไปแล้ว ซึ่งด้วยเหตุนี้ จึงเท่ากับเราเห็นพวกเขาเป็นบุคคลไร้ความสามารถ และทันใดนั้นเราก็จะผงะถอยตัวเองออกมาราวกับพวกเขาเป็นเชื้อโรค เราอาจจะสงสารเขา โยนเงินให้เขา แต่เราได้ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นความผิดปกติกับ “ชีวิตแสนปกติ” ของตัวเราเอง เรารู้สึกปลอดภัยเมื่อได้ยืนในโลกฝั่งนี้ที่เราเองเป็นคนแบ่ง และเชื่อว่าเราไม่มีวันก้าวเท้าข้ามไปอยู่ฝั่งนั้นได้ …แต่หากแท้จริงแล้ว ความเป็นคนไร้บ้านคือภาวะที่ใกล้ตัวเรากว่าที่เราเคยคิดล่ะ? ถ้ามันมีแง่มุมอื่นที่เราไม่เคยมองเห็น และแทบจะแยกไม่ออกจากสิ่งที่เราเรียกว่าความปกติล่ะ? ถ้าในหมู่ “พวกเรา” มีใครบางคนกำลังใกล้จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่บ้านตัวเองล่ะ? ถ้าแท้จริงแล้ว ความเป็นคนไร้บ้านเป็นส่วนหนึ่งของ “สังคมปกติ” ที่เราคุ้นเคยล่ะ?

มาร์ค เรย์กับผมรู้จักกันมานานมาก เราเจอกันครั้งแรกในเวียนนาเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วตอนเราทั้งคู่ยังทำงานเป็นนายแบบแฟชั่นและยังมีชีวิตฟู่ฟ่า จากนั้นเราก็ได้เจอหน้ากันอีกประปรายในสถานที่ต่างๆ ตลอดระยะเวลาหลายปี ซักถามสารทุกข์สุกดิบกัน แล้วก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเองต่อ

 

 

เมื่อผมมาเจอเขาอีกครั้งในนิวยอร์กปี 2010 เขายังคงเป็นผู้ชายที่ดูดีมากๆ ในวัยห้าสิบต้น แต่งตัวดีและไม่มีร่องรอยความเสื่อมทรุดตรงไหนเลย ว่าตามจริงแล้ว เขาดูเหมือนเศรษฐีหนุ่มใหญ่ในเมืองหรูด้วยซ้ำ ผมจึงช็อคมากๆ เมื่อในที่สุดเขาเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองให้ผมได้รู้ แรกทีเดียวผมคิดว่าเขาล้อเล่น เพราะมันฟังดูเซอร์เรียลมาก ไม่ต่างจากตอนที่ผมได้ยินเรื่องการล่มสลายของสถาบันการเงินหรือความล้มละลายของระบบเศรษฐกิจในประเทศเลย มันเป็นอะไรที่ฟังดูไม่น่าเชื่ออย่างที่สุด และในฉับพลันนั้นเอง ที่ผมรู้ว่าผมอยากทำหนังสารคดีอันว่าด้วยวิถีชีวิตที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้ในนิวยอร์ก”

– โธมัส เวอร์เธินซอห์น ผู้กำกับ “Homme Less คนจรลอยฟ้า”

 

RELATED POSTS

 

HOMME LESS

ตามติดชีวิตตากล้องแฟชั่นหนุ่มใหญ่เฟี้ยวเท่ ผู้วนเวียนในแวดวงนางแบบหรูหราโดยหามีใครล่วงรู้ไม่ว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นคนไร้บ้าน

Share this :
« เรื่องจริงจากคดีข่มขืนในมหาวิทยาลัยอเมริกา ไม่อิงละคร ไม่อิงนิยาย : The Hunting Ground
LANDFILL HARMONIC »
About the author: doc club

No other information about this author.